ซื้อ Home Theatre ทั้งที เลือกระบบเสียงแบบไหนดี

2013-07-31

เพราะบ้านคือวิมานของเรา และจะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถหาความบันเทิงได้อย่างเต็มที่ โดยไม่จำเป็นต้องก้าวเท้าออกนอกประตูเลย เราจึงอยากแนะนำอุปกรณ์ให้ความบันเทิงที่คุณควรมีคู่บ้าน นั่นก็คือ Home Theatre ซึ่งให้ความหมายตรงตามชื่อว่า โรงภาพยนตร์ในบ้านของเรานั่นเอง มาทำความรู้จักกันดีกว่าครับ

รู้จักกับ Home Theatre ประเภทต่างๆ กันก่อน

ถ้าพูดถึงโรงภาพยนตร์แล้ว แน่นอนว่าต้องประกอบด้วยภาพที่คมชัด และเสียงที่กระหึ่มควบคู่กันไป ซึ่งจุดสำคัญที่จะทำให้เราได้รับชมภาพที่คมชัดนั้น ก็คือการเลือกซื้อทีวีความละเอียดสูง และการเลือกซื้อระบบเสียงแบบ Home Theatre ซึ่งก็มีเทคโนโลยีให้เลือกหลากหลาย ดังนี้ครับ

ระบบเสียงแบบ Mono

เป็นระบบเสียงปกติ Home Theatre ที่มีช่องให้เสียงออกเพียงช่องเดียวเท่านั้น โดยสามารถรับฟังโดยใช้ลำโพงตัวเดียวก็ได้ หรือจะใช้ลำโพงหลายตัวก็ได้ เพราะเสียงจากลำโพงแต่ละตัวก็จะออกมาเหมือนกัน

ระบบเสียงแบบ Stereo

เราได้ยินกันมานานแล้วสำหรับคำว่า Stereo ซึ่งระบบนี้เป็นระบบเสียงของ Home Theatre ที่มีช่องทางให้เสียงออกมาสู่ภายนอก 2 ช่องทาง ดังนั้นจึงต้องใช้ลำโพง 2 ตัวตั้งเอาไว้เป็นคู่เสมอเพื่อให้เสียงที่ออกมาจากลำโพงทั้งคู่แต่ละตัวจะให้เสียงที่แตกต่างกันไป ดังนั้นเวลาใช้งาน Home Theatre ชนิดนี้ ผู้ฟังจึงควรอยู่กึ่งกลางระหว่างลำโพงทั้ง 2 ถึงจะได้อรรถรสทางเสียงที่ดีที่สุดครับ

ระบบเสียงแบบ Dolby Surround

เป็นระบบเสียงที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อประสิทธิภาพในการถ่ายทอดเสียงได้รอบทิศทางมากขึ้น สำหรับใช้เป็นเครื่องเสียงภายในบ้าน ซึ่งเริ่มใช้ในปี 1982 เป็นระบบเสียง 3 ช่องทาง โดยประกอบด้วย ลำโพงหน้าซ้าย (Front left) หน้าขวา (Front right) และช่องเสียง Surround ซึ่งแทรกอยู่ในลำโพงทั้ง 2 ตัวที่ความถี่ 100Hz-7,000Hz ทำให้ผู้ฟังรู้สึกได้ว่า เสียงนั้นมีมิติลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม

ระบบเสียงแบบ Dolby Digital (AC-3)

ระบบนี้เริ่มใช้กันในปี 1992 และเป็นที่นิยมกันมาถึงปัจจุบัน โดยระบบเสียง Dolby Digital (AC-3) นั้น ใช้การส่งผ่านข้อมูลเสียงในรูปแบบของ Digital ทำให้สามารถกระจายช่องทางเสียงได้ถี่ขึ้น ผู้ฟังสามารถจำแนกได้ว่าเสียงทั้งหมดที่ได้ยินนั้น มาจากลำโพงตัวไหนบ้าง ซึ่งจะก่อให้เกิดมิติของเสียงที่หลากหลาย ให้อรรถรถในการรับชมภาพยนตร์ได้มากขึ้น โดยแบ่งเป็นช่องเสียงทั้งหมด 6 ช่องทาง โดย 5 ช่องทางแรกมีไว้สำหรับลำโพง 5 ตัวซึ่งจะให้มิติเสียงแตกต่างกันไป ส่วนที่เหลืออีก 1 ช่องจะมีไว้สำหรับสัญญาณเสียงต่ำ (Sub-Woofer) ซึ่งระบบนี้ส่วนใหญ่จะเรียกกันว่า ระบบเสียง 5.1 Channel หรือ AC-3 (Audio Coding 3rd Generation) ทำให้การรับชมภาพยนตร์ได้อรรถรสมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

ระบบเสียงแบบ Dolby Digital Surround EX

เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เราเริ่มเห็นได้บ่อยครั้งมาก โดยระบบเสียง Dolby Digital Surround EX นี้ได้ถูกพัฒนามากจากระบบเสียง Dolby Digital 5.1 แต่ได้มีการเพิ่มช่องสัญญาณเสียงเข้ามาอีกหนึ่งตัว ซึ่งเป็นการเพิ่มมิติของเสียงให้ดียิ่งกว่าเดิม ดังนั้นช่องสัญญาณเสียงทั้งหมดก็จะมาจากทางซ้าย กลาง ขวา เซอราวนด์ซ้าย เซอราวนด์ขวา หลัง และ Sub-Woofer ไปพร้อมๆ กัน ทำให้เราสามารถแยกแยะประสาทการฟังได้อย่างละเอียด อาทิ การที่เราได้ยินเสียงบางอย่างจากด้านหลัง เช่น อาจเป็นเสียงจิ้งหรีดหรือเสียงคนเดินเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่แหละครับคือความพิเศษของระบบเสียงแบบนี้

และนี่เอง ก็คือความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับระบบเสียงของ Home Theatre ทั้ง 5 ระบบ ที่ได้รับความนิยมและมีจัดจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน คราวนี้ หากเพื่อนๆ จะเลือกซื้อเครื่องเสียง เพื่อน ๆ ก็สามารถทราบถึงการทำงานของเครื่องเสียงนั้น ๆ ได้อย่างสบาย