การสร้างภาพถ่ายด้วยสีที่โดดเด่น

2012-01-05

เทคนิคการแก้ไขภาพถ่าย
Jan Saudek (1935-) เป็นช่างภาพชาวเช็กที่มีชื่อเสียงในเกาหลีสำหรับการถ่ายภาพอัลบั้มให้แก่นักร้อง Hyekyung Park เขามีชื่อเสียงสำหรับผลงานที่แปลกประหลาดที่มีบรรยากาศมืดมัวและไม่มั่นคง โดยมีการเลือกพื้นหลังสีมืด ดูเก่าคร่ำครึเป็นฉากในการถ่ายภาพ

06 เมษายน 2010

『การสร้างภาพถ่ายด้วยสีที่โดดเด่น』

Jan Saudek (1935-) เป็นช่างภาพชาวเช็กที่มีชื่อเสียงในเกาหลีสำหรับการถ่ายภาพอัลบั้มให้แก่นักร้อง Hyekyung Park เขามีชื่อเสียงสำหรับผลงานที่แปลกประหลาดที่มีบรรยากาศมืดมัวและไม่มั่นคง โดยมีการเลือกพื้นหลังสีมืด ดูเก่าคร่ำครึเป็นฉากในการถ่ายภาพ จากนั้นเขาก็เพิ่มเติมบรรยากาศลึกลับให้กับภาพที่ดูสมจริง ด้วยการระบายสีลงบนภาพ เหมือนกับการเติมแต่งสีสันให้กับภาพถ่าย

■ งานเขียน/ภาพถ่ายโดย Hyunjoon Sim (ประธานของ studioSUM, อาจารย์ประจำภาควิชาภาพถ่ายและศิลปะจาก Sunchon National University)

Jan Saudek

ก่อนหน้าที่จะมีการประดิษฐ์คิดค้นการถ่ายภาพสี ช่างภาพใช้วิธีปรับแต่งสีสันในภาพถ่ายด้วยการระบายสีลงบนภาพถ่ายขาว-ดำ หรือใช้เทคนิคพิเศษอื่นๆ เพื่อแสดงสีสัน นับตั้งแต่ที่มีการประดิษฐ์ระบบภาพถ่ายสี การแสดงสีสันในภาพก็กลายเป็นเรื่องสะดวกง่ายดายมากขึ้น และปัจจุบัน เมื่อภาพถ่ายดิจิตอลได้รับความนิยมแพร่หลาย ก็กลายเป็นเรื่องง่ายดายอย่างมากที่จะแสดงสีสันระหว่างกระบวนการดิจิตอล อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับเทคนิคอนาล็อก เรายังไม่สามารถแสดงสีสันอย่างสมบูรณ์แบบในระบบดิจิตอล ในฉบับนี้ เราจะแก้ไขภาพถ่ายนางแบบที่บันทึกไว้ในโหมดทั่วไป ด้วยการเพิ่มเติมสีสันที่พิเศษและโดดเด่น มีหลากหลายวิธีในการเปลี่ยนสีสันในภาพถ่ายโดยใช้ Photoshop เพราะมีคำสั่งมากมายใน Photoshop วิธีที่แสดงด้านล่างนี้จะใช้คำสั่ง Filter และ Curves ซ้ำๆ เพื่อปรับสีและสร้างบรรยากาศที่แปลกตา

1

ภาพถ่าย 04ภาพถ่ายดั้งเดิมถ่ายในสตูดิโอ โดยใช้แสงพื้นฐานสำหรับภาพถ่ายบุคคล เพื่อทำให้สีผิวดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นในภาพนี้ ให้เลือก Adjustment > Auto Levels จากเมนู Image โดยทั่วไปแล้ว การถ่ายภาพโดยใช้กล้องดิจิตอลและแสงภายในอาคารจะทำให้ได้ภาพที่มีสีอมเหลืองหรือมืดทึม เนื่องจากแสงไม่เพียงพอ และอุณหภูมิสีไม่ถูกต้องแม่นยำ วิธีที่ง่ายดายในการแก้ไขปัญหานี้โดยใช้ Photoshop ก็คือ การใช้ Auto Levels ซึ่งจะสร้างสีที่มั่นคง และความสว่างที่ใกล้เคียงความเป็นจริง อย่างไรก็ตาม คำสั่งนี้ใช้ค่าเฉลี่ย ซึ่งหมายความว่าผลลัพธ์จะไม่สมบูรณ์แบบเสมอไป

2

หลังจากที่เรียกใช้คำสั่ง Auto Levels ให้ปรับภาพให้ชัดเจนขึ้นโดยคลิกที่ Sharpen > Unsharp Mask ในเมนู Filter และตั้งค่า Amount ไว้ที่ 70, Radius ไว้ที่ 1.0 และ Threshold ไว้ที่ 0 คำสั่ง Unsharp Mask จะช่วยให้คุณสามารถปรับค่าได้แม่นยำมากกว่าเมื่อเทียบกับคำสั่ง Sharpen

3

สำหรับความอิ่มตัวและความสว่างโดยรวม ให้คลิก Adjustment > Hue/Saturation ในเมนู Image และตั้งค่า Saturation ไว้ที่ -45 และ Lightness ไว้ที่ -10 จากนั้นกด OK

4

ภาพจะดูเรียบเนียนมากขึ้นด้วยความอิ่มตัวของสีที่น้อยลง คัดลอกเลเยอร์พื้นหลังของภาพ และตั้งค่าโหมดผสมผสานไว้ที่ Soft Light และตั้งค่า Opacity ไว้ที่ 70+ วิธีนี้จะทำให้ภาพถ่ายมีความเปรียบต่างเพิ่มมากขึ้น

5

เลือก Blur > Gaussian Blur จากเมนู Filter และตั้งค่า Radius ไว้ที่ 10 เพื่อทำให้บรรยากาศโดยรวมดูเรียบเนียนมากขึ้น เนื่องจากโหมดผสมผสานของเลเยอร์คือ Soft Light ดังนั้นเอฟเฟ็กต์ภาพเบลอจึงถูกผสมผสานอย่างเป็นธรรมชาติ

6

ในการปรับสี ให้เปิด Color Balance สำหรับเลเยอร์การปรับเปลี่ยนจากแผง Layers เลือก Shadows ภายใต้ Tone Balance และตั้งค่า Color Levels ไว้ที่ -5, -5, +11 ตั้งค่า Midtones ไว้ที่ 0, +10, -10 และตั้งค่า Highlights ไว้ที่ -5, 0, -4

7

กด Ctrl+Shift+Alt+E เพื่อผสานเลเยอร์ทั้งหมดไว้ในเลเยอร์เดียวกัน

8

ด้วยเลเยอร์ใหม่นี้ ให้คลิก Filter > Other > High Pass และตั้งค่า Radius ไว้ที่ 5 เมื่อต้องการทำให้ภาพชัดเจนขึ้น ให้ตั้งค่าโหมดผสมผสานไว้ที่ Soft Light และตั้งค่า Opacity ไว้ที่ 90+

9

สร้างเลเยอร์ใหม่ และเลือกเครื่องมือการไล่ระดับสีเพื่อสร้างระดับสีแบบวงกลม จุดประสงค์ของการใช้การไล่ระดับสีคือ เพื่อทำให้พื้นที่โดยรอบมืดลง และในแบบฝึกหัดนี้ เราจะสร้างการไล่ระดับสีที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ตรงบริเวณใบหน้า

10

สำหรับเลเยอร์ที่ใช้การไล่ระดับสี ให้เปลี่ยนโหมดผสมผสานเป็น Multiply และตั้งค่า Opacity ไว้ที่ 65+ เพื่อให้มุมของภาพดูมืดลง

11

กด Ctrl+Shift+Alt+E เพื่อผสานเลเยอร์ทั้งหมดไว้บนเลเยอร์เดียวกัน และตั้งค่าโหมดผสมผสานไว้ที่ Soft Light และตั้งค่า Opacity ไว้ที่ 70+

12

ก่อนที่จะรันคำสั่ง Noise ให้กด Ctrl+Shift+Alt+E เพื่อผสานเลเยอร์ทั้งหมดไว้บนเลเยอร์เดียวกัน เลือก Noise > Add Noise จากเมนู Filter ตั้งค่า Amount ไว้ที่ 22 และกด OK

13

จากนั้นคลิก Noise > Median จากเมนู Filter และตั้งค่า Radius ไว้ที่ 1 ตั้งค่าโหมดผสมผสานไว้ที่ Screen และตั้งค่า Opacity ไว้ที่ 80+

14

ในการปรับสีอีกครั้ง ให้เลือก Curves สำหรับเลเยอร์การปรับเปลี่ยนจากแผง Layers และปรับเส้นโค้งให้เป็นรูปร่างที่คล้ายกับในภาพ 33, 34, 35 และ 36 สีจะเปลี่ยนไปตามรูปร่างของเส้นโค้ง

15

กด Ctrl+Shift+Alt+E เพื่อผสานเลเยอร์ทั้งหมดไว้บนเลเยอร์เดียวกัน และตั้งค่าโหมดผสมผสานไว้ที่ Multiply และตั้งค่า Opacity ไว้ที่ 60+

16

เลือก Blur > Gaussian Blur จากเมนู Filter และตั้งค่า Radius ไว้ที่ 7 เพื่อทำให้ภาพดูเรียบเนียน และสร้างเลเยอร์มาสก์ เพื่อปรับปรุงความเรียบเนียนโดยใช้บรัช

17

ผสานรวมเลเยอร์ทั้งหมดเพื่อให้ภาพเสร็จสมบูรณ์ด้วยรูปลักษณ์ที่แปลกใหม่