เลือกแอร์ยังไงให้เหมาะกับหน้าร้อนนี้?

2013-04-17

ช่วงนี้ช่างเป็นช่วงที่อากาศร้อนสุดๆ สมกับเป็นหน้าร้อนของบ้านเราเลยนะครับ แน่นอนว่าร้อนอบอ้าวแบบนี้ เราก็คงต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศเท่านั้นถึงจะเอาอยู่ ว่าแต่หากเราต้องการจะหาแอร์บ้านเครื่องใหม่มาดับร้อนให้บ้านยังไงถึงจะถูกใจ? ไม่ยากเลยครับ เราลองมาดูกันดีกว่า

เลือกแอร์ยังไงให้เหมาะกับหน้าร้อนนี้?

     ช่วงนี้ช่างเป็นช่วงที่อากาศร้อนสุดๆ สมกับเป็นหน้าร้อนของบ้านเราเลยนะครับ แน่นอนว่าร้อนอบอ้าวแบบนี้ เราก็คงต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศเท่านั้นถึงจะเอาอยู่ ว่าแต่หากเราต้องการจะหาแอร์บ้านเครื่องใหม่มาดับร้อนให้บ้านยังไงถึงจะถูกใจ? ไม่ยากเลยครับ เราลองมาดูกันดีกว่า

เลือกขนาดของแอร์ให้เหมาะกับห้องของเรา

     ก่อนที่เราจะเลือกแอร์ซักเครื่องมาใช้งานนั้น เราต้องทราบขนาดของห้องที่เราต้องการทำความเย็นเสียก่อน ในขณะที่มีอัตราการกินไฟฟ้าน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการใช้แอร์ที่ไม่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ดังนั้นอย่างแรกที่เราควรทราบก่อนติดแอร์คือพื้นที่ห้องที่จะติดแอร์มีขนาดเท่าไร เพื่อที่เราจะได้มาคิดค่า BTU ให้เหมาะสมกับตัวเครื่องปรับอากาศเอง

แล้ว BTU นี่มันคืออะไรกันแน่?

     BTU ย่อมาจาก British Thermal Unit พูดกันง่ายๆ ก็หน่วยวัดค่าความร้อนที่ใช้กับเครื่องปรับอากาศนั่นเอง โดยหลักการคิดคำนวณค่า BTU แบบคร่าวๆ คือ พื้นที่ห้องคูณกับหกร้อย เช่น ห้องนั่งเล่นมีพื้นที่ 30ตารางเมตร คิดคร่าวๆ จะต้องใช้แอร์ 30 คูณ 600 เท่ากับ 18,000 บีทียู
     แต่ทั้งนี้หากจะคิดให้ละเอียดเป๊ะๆ เลยออกจะวุ่นวายสักหน่อย ต้องคิดถึงตัวแปรอีกหลายอย่างเช่น ห้องนั้นมีคนกี่คน มีการเข้าออกห้องบ่อยหรือไม่ ห้องโดนแดดวันละประมาณกี่ชั่วโมง เปิดแอร์นานขนาดไหนในแต่ละวัน ฯลฯ ดูยุ่งยากใช่ไหม? แต่ไม่ต้องกังวลครับไว้เป็นหน้าที่ของช่างแอร์ผู้ชำชาญการจะดีกว่า แต่เราควรจะรู้ไว้เพื่อประมาณขนาดแอร์ที่ขนาดเหมาะกับขนาดห้องที่จะใช้ครับไม่ให้เกินไปนักจะได้ไม่เป็นภาระตอนจ่ายค่าไฟเปล่าๆ

ดังนั้นสิ่งที่เราควรคำนึงถึงในการเลือก BTU ก็คือ
     - หาก BTU สูงไป คอมเพรสเซอร์ทำงานตัดบ่อยเกินไป ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดน้อยลง ทำให้ความชื้นในห้องสูง ไม่สบายตัว ที่สำคัญยังราคาแพงและสิ้นเปลืองพลังงาน
     - หาก BTU ต่ำไป คอมเพรสเซอร์ทำงานตลอดเวลา เพราะความเย็นห้องไม่ได้ตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ สิ้นเปลืองพลังงาน และเครื่องปรับอากาศก็อาจจะเสียเร็ว

นอกจาก BTU แล้วควรต้องมีอะไรอีกไหม?

     ทีนี้เมื่อเราพอทราบขนาด BTU ที่เหมาะสมกับขนาดห้องและการเลือกแอร์แล้ว แล้วสิ่งที่น่าสนใจน่าพิจารณาให้คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่จะจ่ายไปเพื่อความเย็นสบาย นั่นก็คือเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ถูกติดตั้งเข้ามาในเครื่องปรับอากาศ ที่จะช่วยทำให้ชีวิตของเราสะดวกสบายขึ้น อาทิ

     เทคโนโลยีการฟอกอากาศ ไม่ว่าจะเป็นทั้งแบบกรองแบบปกติ กรองแบบดักจับเชื้อโรค ดักจับแบคทีเรียไวรัสต่างๆ กรองสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งเหมาะกับคนทุกวัย ไม่ว่าจะสุขภาพแข็งแรงหรือไม่แข็งแรงก็ล้วนแต่ต้องการอากาศที่มีคุณภาพเมื่อคุณกลับถึงบ้านทั้งนั้น ระบบกรองอากาศดีๆ จะสามารถกรองเอาพวกเศษฝุ่นละออง ขนสัตว์ เชื้อโรคไว้ได้โดยที่ไม่แพร่กระจายกลับสู่ระบบอากาศในห้องอีกครั้งด้วย

      เทคโนโลยีการควบคุมการเปิดปิดแอร์ด้วยสมาร์ทโฟน ลองจินตนาการดูว่ามันจะเยี่ยมขนาดไหนถ้าขณะกำลังกลับบ้านผ่านอากาศร้อนอบอ้าว แล้วเราสามารถใช้สมาร์ทโฟนควบคุมการเปิดแอร์ด้วยเทคโนโลยี SMART WIFI ให้เย็นฉ่ำเอาไว้รอเราก่อนที่จะกลับถึงบ้าน หรือใช้ปิดแอร์ยามที่นึกออกว่าลืมปิดก่อนออกจากบ้านทำให้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางกลับมาปิดเองให้สิ้นเปลืองเวลาและค่าใช้จ่าย

     เทคโนโลยีควบคุมความเย็นอัตโนมัติ หนาวไปหรือร้อนไปก็ไม่ดีใช่ไหมล่ะครับ? ถ้าแอร์มีความสามารถควบคุมความเย็นให้เหมาะสมกับสภาพอากาศได้ ด้วยความเย็นที่สม่ำเสมอ ความชื้นที่พอเหมาะทำให้เราไม่ตัวเหนียวเหนอะหนะ จนหลับได้เต็มตื่นให้สดชื่นสมองปลอดโปร่งพร้อมรับวันใหม่

     ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อเราได้แอร์มาเปิดให้เย็นฉ่ำแล้วเราก็ควรดูแลรักษาแอร์ด้วยเพื่อให้อากาศเย็นๆ อยู่กับเราไปยาวนาน วิธีดูแลก็ง่ายๆ ครับแค่เราถอดแผ่นกรองออกมาปัดเป่าเช็ดล้างตามระยะเวลาที่เหมาะสม เช่นสองอาทิตย์ครั้งหรือเดือนละครั้งตามสะดวก และควรให้ช่างแอร์ผู้เชี่ยวชาญมาทำความสะอาดใหญ่ คือดูแลซ่อมบำรุงในส่วนของคอมเพรสเซอร์และล้างฝุ่นที่ในตัวแอร์ในจุดที่เราไม่สามารถทำเองได้ อย่างน้อยปีละครั้ง เพียงเท่านี้เครื่องปรับอากาศของทุกคนก็พร้อมที่จะฝ่าฤดูร้อนไปด้วยกันแล้วล่ะครับ