Error 404--Not Found

From RFC 2068 Hypertext Transfer Protocol -- HTTP/1.1:

10.4.5 404 Not Found

The server has not found anything matching the Request-URI. No indication is given of whether the condition is temporary or permanent.

If the server does not wish to make this information available to the client, the status code 403 (Forbidden) can be used instead. The 410 (Gone) status code SHOULD be used if the server knows, through some internally configurable mechanism, that an old resource is permanently unavailable and has no forwarding address.

Error 404--Not Found

Error 404--Not Found

From RFC 2068 Hypertext Transfer Protocol -- HTTP/1.1:

10.4.5 404 Not Found

The server has not found anything matching the Request-URI. No indication is given of whether the condition is temporary or permanent.

If the server does not wish to make this information available to the client, the status code 403 (Forbidden) can be used instead. The 410 (Gone) status code SHOULD be used if the server knows, through some internally configurable mechanism, that an old resource is permanently unavailable and has no forwarding address.

Error 404--Not Found

Error 404--Not Found

From RFC 2068 Hypertext Transfer Protocol -- HTTP/1.1:

10.4.5 404 Not Found

The server has not found anything matching the Request-URI. No indication is given of whether the condition is temporary or permanent.

If the server does not wish to make this information available to the client, the status code 403 (Forbidden) can be used instead. The 410 (Gone) status code SHOULD be used if the server knows, through some internally configurable mechanism, that an old resource is permanently unavailable and has no forwarding address.

  • DigitalTV

    ยุคนี้เป็นยุคของเทคโนโลยี อะไรๆ ก็ต้องเป็นดิจิตอลไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ในครัวเรือน นาฬิกา กล้องถ่ายรูป
    หรือแม้แต่โทรทัศน์ ซึ่ง หลายๆ ประเทศเริ่มเปลี่ยนเป็น Digital TV แล้ว และกำลังมาถึงประเทศไทย

  • DigitalTV

    ก่อนที่เราจะทำความรู้จักกับ Digital TV ก็ต้องขอเท้าความก่อนว่า
    ทุกวันนี้ช่องโทรทัศน์ หรือ ฟรีทีวี ของไทยนั้นแพร่ภาพในระบบอะนาล็อก (Analog TV)
    ซึ่งเป็นการ ส่งคลื่นสัญญาณจากเสาส่งสัญญาณภาคพื้นดินกระจายไปสู่เสาอากาศ
    ก่อนจะแปลงเป็นสัญญาณภาพและเสียงออกมาให้เราได้รับชมกันทางจอโทรทัศน์

    แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ ประชาคมอาเซียน ได้มีข้อตกลงร่วมกันว่า
    ประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งแน่นอนว่ารวมทั้งประเทศไทยด้วย
    จะเปลี่ยนระบบการแพร่ภาพให้เป็นระบบดิจิตอล

    Digital TV คำๆ นี้สร้างความสงสัยให้กับหลายๆ คน
    ว่ามันคืออะไร? และมีผลกระทบกับตัวเองอย่างไร?
    ก่อนที่จะสงสัยมากไปกว่านี้ เรามาทำความเข้าใจกับมันกันเลยดีกว่า

    *แหล่งข้อมูลอ้างอิงจาก กสทช.
  • อะไรคือ Digital TV

    ปัจจุบัน ฟรีทีวีของบ้านเราแพร่ภาพด้วยระบบอนาล็อค ด้วยการส่งคลื่น
    ที่เข้ารหัสจากเสาส่งสัญญาณสูงๆ ผ่านอากาศไปยังเสาก้างปลา หรือ หนวดกุ้ง
    ใครที่มีเสา มีเครื่องโทรทัศน์ ก็สามารถรับสัญญาณดูทีวีได้ฟรีๆ ทันที 6 ช่อง
    (ไม่นับพวกช่องเคเบิล หรือกล่องสัญญาณดาวเทียม ที่ให้บริการโดยบริษัทเอกชน
    ที่ต้องจ่ายค่าบริการรายเดือน)

    ข้อดีคือของระบบอนาล็อค ฟรี และ ง่าย แต่ข้อเสียคือ การส่งสัญญาณแบบนี้
    ด้วยข้อจำกัดทางเทคนิคทำให้มีจำนวนช่องน้อย และ มีสัญญาณรบกวนเยอะ

    ถึงแม้ว่าจะเป็นการส่งสัญญาณผ่านอากาศแบบเดิม แต่ด้วยการเข้ารหัสแบบดิจิตอล
    ส่งผลให้การรับชมโทรทัศน์ของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น ภาพและเสียงจะคมชัดมากขึ้น
    เพราะไม่มีคลื่นรบกวนหรือคลื่นแทรก หรือหากมีก็น้อยมาก

    ระบบดิจิตอลที่ไทยเราจะใช้เรียกกันว่า มาตรฐาน DVB-T2
    ซึ่งเป็นมาตรฐานล่าสุดซึ่งใช้กันในหลายๆ ประเทศ พัฒนาขึ้นมาจากมาตรฐาน DVB-T
    (Digital Video Broadcasting – Terrestrial) ที่ใช้กันในยุโรปตั้งแต่ปี 2541

    *แหล่งข้อมูลอ้างอิงจาก กสทช.
  • ทำไมต้อง Digital TV

    ความเคลื่อนไหวของระบบดิจิตอลทีวีทั่วโลก ณ ปัจจุบัน
    เพราะนานาประเทศทั่วโลกเริ่มเปลี่ยนเป็นระบบดิจิตอลแล้ว
    เริ่มจากอังกฤษเป็นประเทศแรกที่เปลี่ยนเป็นระบบ DVB-T2
    ทุกวันนี้ 17 ประเทศทั่วโลกใช้ระบบดิจิตอลอย่างสมบูรณ์
    35 ประเทศเริ่มทดลองและเปลี่ยนแปลง รวมทั้ง ประเทศสมาชิก AEC
    อย่างสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า กัมพูชา บรูไน และ ไทย

    Digital TV จะทำให้เราจะได้รับชมรายการโทรทัศน์ด้วย
    ความคมชัดสูงแบบ High-Definition ในสัดส่วนภาพ 16:9
    Wide Screen
    ซึ่งแสดงภาพแบบเต็มจอ โดยสัดส่วนไม่ผิดเพี้ยน
    จากต้นฉบับ และรับฟังเสียงแบบ Surround

    ทั้งยังมีช่องฟรีทีวีให้เลือกรับชมได้มากขึ้น โดยมากได้สูงสุดถึง
    48 ช่อง แบ่งเป็นช่องของรัฐบาลและเอกชนอย่างละครึ่ง โดยมีการ
    แพร่ภาพแบบ HD จำนวน 4 ช่อง นอกจากนั้นแล้วระบบดิจิตอล
    ยังประหยัดพลังงานกว่าระบบอนาล็อกหลายเท่า

    และที่สำคัญคือ เป็นข้อตกลงของอาเซียนให้ระบบการแพร่ภาพ
    เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อประโยชน์ในการสื่อสารระหว่างประเทศ
    ในกลุ่มอาเซียน โดยกำหนด เปลี่ยนแปลงให้เป็นดิจิตอลให้แล้ว
    เสร็จภายในปี พ.ศ. 2558- 2563

    *แหล่งข้อมูลอ้างอิงจาก กสทช.
  • เมื่อไหร่เมืองไทยจะเริ่มส่งสัญญาณ Digital TV

    แล้วเมื่อไหร่ล่ะ เราถึงจะได้ใช้ระบบดิจิตอลเสียที?

    อาจจะฟังดูยุ่งยากและวุ่นวายอยู่สักหน่อยที่ทั้งประเทศต้องเปลี่ยนแปลง
    แต่จากการศึกษาวิธีดำเนินการของต่างประเทศแล้ว วิธีการก็คือ
    หลังจากที่ประกาศล่วงหน้าไปแล้วว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงระบบ เพื่อให้
    ทุกคนได้เตรียมพร้อม ก็จะแพร่ภาพทั้งสองระบบควบคู่กันไปในระยะแรก
    จนกระทั่งการเปลี่ยนแปลงจะสมบูรณ์
    ดังนั้นไทยเรา จะเริ่มส่งสัญญาณดิจิตอลในปี 2558 ควบคู่ไปกับ
    ระบบอนาล็อกจนถึงปี พ.ศ. 2563
    ตามข้อตกลงของอาเซียน

    และหลังจากนั้นจึงจะทำการตัดสัญญาณแบบอนาล็อกอย่างถาวร
    ส่วนภาครัฐก็จะสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนให้ประชาชนสามารถซื้อกล่อง
    แปลงสัญญาณดิจิตอลได้ในราคาถูก เพื่อช่วยให้การเปลี่ยนแปลงสู่
    ระบบดิจิตอลเป็นไปได้รวดเร็วขึ้นแต่ถึงแม้ทางกสทช. จะตั้งเป้าว่า
    จะหยุดการส่งสัญญาณอนาล็อกภายในปี พ.ศ. 2563 ก็ตาม แต่ก็มี
    เงื่อนไขว่า หากคนไทยยังไม่มี Digital TV แบบ 100% ก็จะยัง
    ไม่มีการหยุดส่งสัญญาณแบบอนาล็อก

    *แหล่งข้อมูลอ้างอิงจาก กสทช.
  • ต้องทำอย่างไรถึงจะรับชมสัญญาณแบบ Digital TV

    สำหรับการเตรียมตัวรองรับระบบดิจิตอลนั้นไม่ยาก
    เพียงแค่เรามีอุปกรณ์รับสัญญาณดิจิตอลเท่านั้นเองก็สามารถรับชมรายการโทรทัศน์
    ช่องต่างๆ ได้แล้ว โดย
    ใช้กล่อง DVB-T2 Set Top Box เป็นตัวรับสัญญาณก่อนจะส่งเข้า
    เครื่องโทรทัศน์อีกต่อหนึ่ง นั่นหมายความว่าเครื่องโทรทัศน์จะเป็นรุ่นเก่าก็ได้
    ไม่ว่าจะเป็นจอตู้ จอ Plasma LCD LED Smart TV หรือ 3D TV เพียงแค่
    จะต้องเป็นกล่องที่รับสัญญาณ DVB-T2 เท่านั้น
    ใช้ Digital TV ที่มี Built-in Digital Tuner แบบ DVB-T2 ซึ่งสะดวก
    และสวยงามกว่าเครื่องรับโทรทัศน์รุ่นเก่า ไม่ต้องต่อสายพ่วงกับอุปกรณ์ต่างๆ
    ให้วุ่นวาย
    แต่หากบ้านไหนที่ใช้บริการจานดาวเทียม
    หรือเคเบิลทีวีอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงใดๆ

    ไม่จำเป็นต้องซื้อกล่อง Set top box ใหม่ เพราะว่าบริการนั้น
    เป็นระบบดิจิตอลอยู่แล้ว ก็จะสามารถชมรายการได้ตามปกติ
    แต่จะมีช่องฟรีทีวีเพิ่มขึ้นมาเป็น 48 ช่อง

    พูดง่ายๆ ก็คือ เฉพาะบ้านที่ใช้เสาก้างปลา หรือหนวดกุ้งอยู่ จะต้องเตรียมตัว
    ให้พร้อมรับกับ Digital TV ที่กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้นี้นั่นเอง

    ตามที่เล่ามาข้างต้นคงทำให้คุณเข้าใจที่มาที่ไปและเหตุผลที่เราจะต้องมี
    Digital TV มากขึ้น ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว หากเป็นการ
    เปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เราก็คุ้มค่าต่อการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่หรือ

    *แหล่งข้อมูลอ้างอิงจาก กสทช.