4 เกมดังที่ช่วยเพิ่มความสนุกและตื่นเต้นระหว่างการเดินทาง

ในช่วงที่ชีวิตประจำวันของหลายคนเริ่มกลับสู่กิจวัตรปกติที่รวมถึงการเข้าออฟฟิศและการใช้เวลาเดินทางวันละหลายชั่วโมง ยังไม่รวมถึงการเดินทางไปทำธุระต่างๆ ที่ใช้เวลาไม่น้อยเช่นกัน แทนที่จะปล่อยให้เวลาผ่านไปเปล่าๆ มาเติมความสนุกและความตื่นเต้นด้วยการเล่นเกมกันดีกว่า ยิ่งถ้ามีหูฟังไร้สาย Samsung Galaxy Buds2 ติดตัวไว้ด้วยแล้วละก็ เลเวลความสนุกของคุณจะเพิ่มขึ้นเพราะคุณภาพเสียงจาก Galaxy Buds2 จะช่วยให้คุณสัมผัสกับประสบการณ์ในการเล่นเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม

Galaxy Buds2 จาก Samsung
Galaxy Buds2 จาก Samsung ผ่านการออกแบบให้สามารถใช้งานได้ทั้งวันและยังมีฟีเจอร์ Active Noise Cancelling ที่ตัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้สูงถึง 98%* และสำหรับคนที่เดินทางบนรถไฟฟ้าก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเล่นเกมเพลินจนเลยสถานีที่ต้องลง เพราะ Galaxy Buds2 มีฟีเจอร์ที่สามารถปรับระดับเสียง ambient จากภายนอกได้ถึง 3 ระดับอีกด้วย

ถ้าคุณอยากสนุกกับประสบการณ์การเล่นเกมโดยมี Galaxy Buds2 เป็นตัวช่วย แต่ยังไม่รู้จะเลือกเล่นเกมไหน เรามีเกมที่ Matthew Forde นักเขียนสายเทคโนโลยีและเกมเมอร์ตัวจริงแนะนำว่า ทั้ง 4 เกมที่เขาเลือกมานี้จะช่วยเพิ่มสีสันและทำให้การเดินทางไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป

Genshin Impact

เกม Genshin Impact จาก miHoYo สร้างความฮือฮาตั้งแต่ตอนเปิดตัวเมื่อเดือนกันยายนปี 2563 ในฐานะเกมแนว open world ที่ทำให้ผู้เล่นตื่นตาตื่นใจกับภาพที่สวยสมจริง ทั้งยังสนุกกับการผจญภัยและการต่อสู้ในเกมที่อยู่ในโลกแฟนตาซีที่ชื่อว่า Teyvat

Genshin Impact นี้ได้แรงบันดาลใจในการสร้างมาจากเกม The Legend of Zelda: Breath of the Wild ที่ออกมาหลายปีก่อนหน้านี้ และผ่านการออกแบบให้สไตล์ของแอนิเมชันในเกมเหมาะกับการเล่นผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเลต

(เครดิตภาพ: miHoYo)

นอกจากนี้ Genshin Impact ยังเป็นเกมที่เปิดให้เล่นฟรี ที่ประสบความสำเร็จมากกว่าเกมประเภทเดียวกันหลายๆเกม ทั้งยังกวาดรางวัลการันตีคุณภาพมาไม่น้อยและทำรายได้สูงถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในเวลาไม่ถึงปี เกมนี้จึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีที่สุดของเกมบนสมาร์ทโฟน

Crash Bandicoot: On the Run!

เกมคอนโซลที่ได้รับความนิยมหลายเกมเมื่อขยายมาเป็นเกมแพลตฟอร์มมือถือมักจะไม่ประสบความสำเร็จเพราะยกเอาประสบการณ์การเล่นแบบเดียวกันมา โดยเปลี่ยนแค่แพลตฟอร์มเท่านั้น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Crash Bandicoot เพราะทางบริษัท King ผู้ถือสิทธิ์พัฒนาเกม Candy Crush ได้พัฒนาเกมนี้แบบจัดเต็มจนทำให้ Crash Bandicoot: On the Run! กลายเป็นเกมแอ็กชันสุดมันที่ให้ตัวละครหลักวิ่งตะลุยด่านต่างๆ เพื่อปราบคู่ต่อสู้อย่าง Dr. Neo Cortex

(เครดิตภาพ: King)

ภายหลังจากเปิดตัวเพียง 24 ชั่วโมง Crash Bandicoot: On the Run! มียอดดาวน์โหลดสูงถึง 8 ล้านครั้ง และทาง King เองก็ไม่หยุดพัฒนาเกมนี้ โดยนอกจากจะเพิ่มเลเวลให้มากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ยังมีการคอลแลบกับเกม Spyro the Dragon เป็นภาคพิเศษด้วย Crash Bandicoot: On the Run! จึงอัดแน่นด้วยความสนุกอย่างต่อเนื่อง และเล่นได้ไม่มีเบื่อ

Thumper: Pocket Edition

ในวงการเกมมีเกมจับจังหวะอยู่จำนวนมาก แต่มีเพียงไม่กี่เกมเท่านั้นที่สามารถสร้างความตื่นเต้นและความฮือฮาได้ในระดับเดียวกันกับ Thumper ในเกมนี้ผู้เล่นจะได้สวมบทบาทเป็นสัตว์ในอวกาศที่หน้าตาคล้ายแมลงเต่าทอง โดยผู้เล่นจะต้องจับจังหวะของเพลงที่ได้ยินในด่านต่างๆ ให้ได้จนกว่าจะถึงตัวบอส เรียกว่าเป็นเกมที่สร้างความตื่นเต้นได้ทั้งจากภาพที่เห็นและเสียงที่ได้ยิน ยิ่งถ้าเล่นโดยใช้หูฟังคุณภาพดีแล้วด้วยละก็จะยิ่งยกระดับความน่าตื่นเต้นขึ้นไปได้อีกระดับเลย

(เครดิตภาพ: Drool)

Pokémon GO

นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อกลางปี 2559 เป็นต้นมาจนเกิดกระแสจับ Pokémon กันทั่วโลก เกม Pokémon GO ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งในปี 2563 ที่หลายประเทศต้องเจอกับภาวะล็อกดาวน์ เกมที่ถูกออกแบบให้ต้องเดินไปตามจุดต่างๆ อย่างเกมนี้ก็ยังมีอัตราการเติบโตสูงจนเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในปีที่ดีที่สุดของ Pokémon GO เลยทีเดียว

เหตุผลที่ผู้เล่นยังสามารถสนุกกับ Pokémon GO ได้ทั้งที่ต้องอยู่ภายในบ้านเป็นหลัก เพราะทางบริษัทผู้ออกแบบเกมอย่าง Niantic ได้ปรับเปลี่ยนรายละเอียดในเกมให้เข้ากับสถานการณ์ช่วงปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มระยะห่างระหว่างผู้เล่นกับ PokéStop หรือ Gym จากเดิม 40 เมตร เป็น 80 เมตร เพื่อให้ผู้เล่นมีโอกาสตียิมได้มากขึ้น โดยไม่ต้องออกไปนอกบ้าน หรือการปรับระบบหลังบ้านของเกมให้สามารถเก็บ PokéBalls GO ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

(เครดิตภาพ: Niantic)

เกมต่างๆ เหล่านี้มักจะมีคอมมูนิตี้ของคนที่เล่นเกมเดียวกันอยู่แล้ว ซึ่งข้อดีอย่างหนึ่งก็คือคอมมูนิตี้เหล่านี้ยินดีต้อนรับเกมเมอร์หน้าใหม่หรือเกมเมอร์ที่ห่างหายไปนานแล้วกลับมาเล่นอีกครั้งเสมอ

แต่ประสบการณ์การเล่นเกมจะพิเศษมากยิ่งขึ้นหากได้เล่นเกมผ่าน Galaxy Bud2 หูฟังไร้สายที่มีขนาดเล็กที่สุดและมีน้ำหนักเบาเพียง 5 กรัม ซึ่งเป็นน้ำหนักเบาที่สุดของหูฟังจาก Samsung และ ช่วยเพิ่มประสบการณ์การเล่นได้ดียิ่งขึ้นด้วยคุณภาพเสียงระดับสตูดิโอ การตั้งค่าต่างๆ ที่เลือกตั้งค่าได้ตรงกับสภาพแวดล้อม รวมถึงการใช้ฟีเจอร์ SmartThings Find ในสมาร์ทโฟน หมดปัญหาการหาหูฟังที่เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กไม่เจอ เพราะไม่ว่าจะวางหรือลืมไว้ตรงไหนก็สามารถแทร็กจนเจอได้แน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้น Galaxy Buds2 ยังสามารถใช้งานได้นานถึง 29 ชั่วโมง** เมื่อชาร์จไฟเต็มที่ 100% ให้คุณสนุกกับเกมโปรดได้อย่างต่อเนื่อง หมดกังวลเวลาอยากเล่นเกมนานๆ ทั้งยังตัดปัญหาเรื่องเวลาที่ในใช้การชาร์จด้วยระบบชาร์จแบบรวดเร็วซึ่งรองรับการชาร์จเพียง 5 นาทีเท่านั้น ตอบโจทย์เรื่องแบตเตอรีได้ครบ ทั้งระยะเวลาในการใช้งานและระยะเวลาที่ใช้ในการชาร์จ ตรงใจเกมเมอร์ในทุกด้านของการใช้งาน

*ตามการทดสอบขององค์กร UL Verification Services Inc.

**ระยะเวลาในการใช้งานเป็นการทดสอบภายใต้การควบคุมและอยู่ในห้องทดลองของทาง Samsung ด้วยการปิดโหมด ANC ระยะเวลาการใช้งานจริงอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่รับฟัง