เคล็ดลับการเล่าเรื่องจากการเดินทาง
ให้น่าติดตามเหมือนผลงานมืออาชีพ

การถ่ายทอดประสบการณ์ของคุณในรูปแบบวิดีโอคืออีกวิธีการเล่าเรื่องที่นอกจากจะบันทึกความทรงจำในการเดินทางได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังทำให้การเล่าเรื่องของของคุณน่าสนใจ ต่างไปจากภาพถ่าย

เพราะเราอยากให้คุณได้ค้นพบวิธีบันทึกเรื่องราวการเดินทางที่สามารถเก็บความประทับใจของคุณได้แบบเต็มอิ่มในอีกรูปแบบหนึ่ง Samsung จึงชวน Remy Brand คนทำหนังมือรางวัลจากออสเตรเลีย และ Dane Isaac ช่างภาพและผู้กำกับจากนิวยอร์กที่มีผลงานระดับโลกมาแชร์เคล็ดลับในการเล่าเรื่องที่คุณเองก็สามารถทำได้ผ่านสมาร์ทโฟนของคุณ

ถ่ายทอดเรื่องราวให้ลึกยิ่งขึ้นด้วยวิธีการเล่าแบบสารคดี

Remy บอกว่าความสวยงามของธรรมชาติรอบตัวคือส่วนหนึ่งของการถ่ายทอดความประทับใจที่คุณมีในทริปนั้น แต่ถ้าคุณลองมองให้ลึกขึ้น คิดให้มากขึ้น ด้วยการทำให้ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติที่แวดล้อม พร้อมกับถามตัวเองว่า อะไรคือธีมที่คุณต้องการสื่อสารจากสิ่งที่เห็น อะไรคือจุดเด่นที่สุด คนที่ได้เห็นจะรู้สึกเชื่อมโยงกับสิ่งที่คุณถ่ายหรือไม่ และอะไรคือสิ่งที่คุณสร้างความแตกต่างได้ คุณก็จะได้คำตอบว่าวิดีโอที่คุณถ่ายจะออกมาเป็นแบบไหน

สิ่งหนึ่งที่ Remy ในความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากระบวนการการคิดก็คืออุปกรณ์ที่ใช้ที่ต้องเชื่อถือได้ในเรื่องคุณภาพ หลายครั้งในการบันทึกวิดีโอท่ามกลางธรรมชาติ เขาเลือกใช้ Samsung สมาร์ทโฟนเพราะให้ทั้งความคมชัดและสีสันที่เต็มอิ่ม รวมถึงการเลือกใช้ Pro Mode ที่ทำให้เขาเลือกการโฟกัสแบบ manual ได้ ทั้งยังสามารถควบคุมความเร็วชัตเตอร์ได้ตรงกับสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า ทำให้เก็บฟุตเทจได้อย่างที่ต้องการ

ถ่ายทอดเรื่องราวในแบบบทสัมภาษณ์    

เคล็ดลับจาก Dane อาจจะฟังดูเหมือนยาก แต่จริงๆ แล้วบทสัมภาษณ์ก็คือบทสนทนาที่เป็นการแลกเปลี่ยนถ่ายทอดเรื่องราวนั่นเอง โดยโปรเจกต์ ‘Connecting While Disconnected’ ของ Dane ที่เขานำมาเป็นตัวอย่างนั้นเน้นการพูดคุยกันกับคนแปลกหน้า ซึ่งเป็นไอเดียที่มาจากในช่วงที่คนต้องรักษาระยะห่าง แต่เขากลับค้นพบว่าแม้แต่ในช่วงเวลานั้นสิ่งหนึ่งที่แต่ละคนยังมีร่วมกันก็คือ ความรักและความห่วงใย

การเล่าเรื่องในแบบบทสัมภาษณ์นี้นอกจากเรื่องราวที่พูดคุยแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญกับการจัดวางองค์ประกอบภาพด้วย เพื่อให้ผู้ที่เล่าเรื่องอยู่ในตำแหน่งที่ลงตัว ซึ่งเรื่องของแสงก็มีส่วนสำคัญมาก ซึ่งบางครั้งผู้กำกับมืออาชีพอย่าง Dane เองก็ใช้ Pro Mode ใน Samsung สมาร์ทโฟน เพื่อปรับการตั้งค่าต่างๆ เพื่อให้ภาพออกมาในมู้ดและโทนที่เขาต้องการ

Pro Video Mode เป็นอีกฟีเจอร์ที่ Dane มั่นใจในการใช้งานเมื่อเขาต้องเล่าเรื่องในแบบวิดีโอ เพราะช่วยให้เขาควบคุมค่าต่างๆ ได้ทั้งความเร็วชัตเตอร์ การปรับโฟกัส ไวท์บาลานซ์ และค่า ISO ซึ่งเป็น 4 ปัจจัยสำคัญในการทำให้ภาพที่เห็นในวิดีโอตรงกับความต้องการในการถ่ายทอด ช่วยแก้ปัญหาเรื่องแสงได้ และเสริมอารมณ์ให้การเล่าเรื่องให้เป็นไปในแบบที่เขาตั้งใจถ่ายทอดออกมา

Dane ย้ำว่าอุปกรณ์ที่เขาใช้ทำหน้าที่เป็นทั้งเครื่องมือในการบันทึกเรื่องราวและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนเล่าและคนดู โดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวเชื่อมนั่นเอง