ข้ามเนื้อหา

ข้ามไปยังความช่วยเหลือสำหรับการเข้าถึง


Galaxy S5 Popup Layer
Close this window
My Life powered by Samsung Galaxy S5
ดูเพิ่มเติม
Open Galaxy S5 Key Visual


  • RSS Feeds

โครงการ Samsung Smart Learning Center "ซัมซุงสร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต"

2013-12-18

โครงการ Samsung Smart Learning Center "ซัมซุงสร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต"
โครงการ Samsung Smart Learning Center "ซัมซุงสร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต" โครงการ Samsung Smart Learning Center "ซัมซุงสร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต" โครงการ Samsung Smart Learning Center "ซัมซุงสร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต" โครงการ Samsung Smart Learning Center "ซัมซุงสร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต"

โครงการ Samsung Smart Learning Center

“ซัมซุงสร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต”

 

     โครงการซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต (Samsung Smart Learning Center) คือโครงการที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เน้นการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นพื้นฐาน ( Problem Based Learning) ซึ่งแนวคิดนี้ครูไม่ใช่ผู้จัดการทุกสิ่งทุกอย่าง ผู้เรียนต้องได้ลงมือปฏิบัติเอง สร้างความรู้ที่เกิดจากความเข้าใจของตนเอง และมีส่วนร่วมในการเรียนมากขึ้น  หลังจากทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จึงนำมาวิเคราะห์และพัฒนาแนวทางแก้ไขด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี

 

     ดังนั้นซัมซุงจึงได้สร้างนวัตกรรมศูนย์การเรียนรู้แห่งอนาคต Samsung Smart Learning Center ซึ่งเป็นแนวคิดห้องเรียนแห่งอนาคต ที่มุ่งนำความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมด้วยการสนับสนุนองค์ความรู้ให้ผู้บริหาร ครูสามารถก้าวข้ามข้อจำกัด ปรับเปลี่ยนวิธีการสอนสู่การพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ให้กับผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิผล ทั้งยังเป็นแหล่งกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความต้องการที่จะศึกษาค้นคว้าหาความรู้ จากฐานข้อมูลที่หลากหลาย ทำงานร่วมกับผู้อื่นในสหสาขาวิชาเพื่อค้นหาคำตอบ รวมถึงสร้างสื่อเพื่อแบ่งปันการค้นพบและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น

 

     ในปี 2556 นี้ ซัมซุงได้ดำเนินโครงการนำร่องในการสร้างศูนย์การเรียนรู้แห่งอนาคต Samsung Smart Learning Center ในโรงเรียนต้นแบบจำนวน 10 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านเข็กน้อย จ.เพชรบูรณ์, โรงเรียนบ้านหมี่วิทยา จ.ลพบุรี, โรงเรียนภูกระดึงวิทยาคม จ.เลย, โรงเรียนพรหมานุสรณ์ จ.เพชรบุรี, โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น, โรงเรียนอนุบาลบ้านบางละมุง จ.ชลบุรี, โรงเรียนวัดทุ่งหลวง จ.สุราษฎร์ธานี, โรงเรียนเทิงวิทยาคม จ.เชียงราย, โรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก จ.จันทบุรี และโรงเรียนคลองบ้านพร้าว จ.ปทุมธานี และจะขยายผลสู่โรงเรียนทั่วประเทศต่อไป

 

     นายแสงไทย มีสุนทร ผู้อำนวยการ สำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน สำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า “สังคมไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว เทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทต่อผู้คนอย่างมาก รวมถึงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC- Asean Economic Community) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2558 ทำให้เราทุกคนต้องสำรวจตัวเองว่าเรามีความพร้อมมากแค่ไหน โดยต้องเริ่มตั้งแต่พื้นฐานของการศึกษา ซึ่งสพฐ.เห็นว่าการเรียนภายในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เราต้องพัฒนาศักยภาพในทุกๆ ด้าน เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะต่างๆ ในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น การที่มีองค์กรเอกชนเห็นความสำคัญด้านการศึกษาถือเป็นสัญญาณที่ดีของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะองค์กรที่มีความโดดเด่น ในเรื่องของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า และพยายามที่จะนำองค์ความรู้ที่มีมาเผยแพร่ให้แก่เยาวชนไทย ได้พัฒนาศักยภาพ และไม่เพียงแต่เด็กและเยาวชนเท่านั้นที่ต้องพัฒนาตนเองเพื่อให้ก้าวทันการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 ครูและอาจารย์เองก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีการจัดการการเรียนการสอน ตลอดจนต้องเรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน”

 

     นางสาววัชรา ภักดียิ่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ”หลังจากที่เด็กนักเรียนได้เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการกับโครงการซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต และกลับมาทำโครงการ เพื่อพัฒนาชุมชนของตนเองแล้วนั้น เด็กนักเรียนเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นในการแสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ ทั้งนี้เพราะเด็กๆ ได้เรียนรู้ที่จะมองสิ่งรอบข้าง เห็นปัญหา และแก้ไขสิ่งเหล่านั้นด้วยตัวเอง เราคิดว่าโครงการซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคตเป็นเสมือนเครื่องจุดประกายให้ครูและอาจารย์จะเปลี่ยนวิถีการเรียนจากการที่ครูเป็นผู้สอนและให้เด็กท่องจำ มาเป็นการมุ่งให้เด็กสามารถสร้างความรู้นั้นด้วยตนเอง และใช้วิธีการเรียนการสอนแบบ Problem Based Learning ที่ผสมผสานนวัตกรรมสื่อดิจิตอลของซัมซุงมาเป็นแนวทางในการสร้างพลังและการค้นพบ”

 

     อาจารย์สัญญา มัครินทร์ โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น กล่าวถึงความรู้จากการร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ ซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต ว่า “ผมได้เรียนรู้ที่จะเชื่อมั่นและเชื่อใจในตัวเด็กๆ อย่าไปคิดแทนพวกเขา เปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้ที่จะมองสิ่งรอบข้าง เห็นปัญหา และแก้ไขสิ่งเหล่านั้นด้วยตัวเอง ซึ่งทั้งหมดนี้ ผมเองต้องปรับเปลี่ยนวิธีการคิดของตัวเองด้วยเช่นกัน จากคนที่เคยชี้ทาง เราอาจต้องเปลี่ยนสถานะเป็นผู้สังเกตการณ์และให้คำแนะนำเมื่อจำเป็น เพื่อให้พวกเขาได้พัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ ในฐานะคนเป็นครู ผมต้องกลับไปพิจารณาว่าผมจะดึงพลังในตัวพวกเขาให้ออกมาเฉิดฉาย ให้คนอื่นได้ชื่นชมความงามที่ซ่อนอยู่”

 

     ด.ช. เสฏฐวุฒิ พลวิชัย หรือน้องโฟล์ค อายุ 13 ปี จากโรงเรียนวัดทุ่งหลวง จ.สุราษฎร์ธานี เล่าให้ฟังว่า “รู้สึกดีใจมากที่ได้มาร่วมโครงการซัมซุงสร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคตในครั้งนี้ นอกจากจะได้เพื่อนใหม่จากโรงเรียนอื่นๆ แล้วยังได้เรียนรู้การแก้ปัญหาด้วยตนเอง รวมถึงเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น เพราะทุกวันนี้หลายๆ อย่างในชีวิตประจำวันของเรามีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

 

     สำหรับซัมซุง มีความเชื่อว่าการค้นพบ (Discovery) เป็นรากฐานที่ทำให้มนุษยชาติก้าวไปข้างหน้าในทุกประเทศที่ซัมซุงดำเนินธุรกิจ ซัมซุงมีนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility) ที่จะสนับสนุนการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพชีวิต โครงการซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ซัมซุงคาดหวังว่าจะเป็นต้นแบบของการจัดการเรียนการสอนที่สามารถขยายผลสู่วงกว้าง เปิดโลกให้เด็กและเยาวชนค้นพบศักยภาพของตนเอง เห็นพลังของเรียนรู้ เกิดแรงบันดาลใจ พัฒนาตน ก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 ได้อย่างเข้มแข็ง และยั่งยืน


ถัดไป ถัดไป
Read for the Blind