AI ในฐานะหัวใจหลักของการทำงานในชีวิตประจำวัน
เมื่อ AI เริ่มได้รับความนิยมจากการเกิดขึ้นของแพลตฟอร์มอย่าง ChatGPT และ Google Gemini หลายองค์กรต่างเห็นว่าเครื่องมือ AI เป็นโซลูชันเสริมที่ต้องใช้เงินลงทุน เครื่องมือ AI ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่เพิ่มเข้ามาผ่านเครื่องมือ แพลตฟอร์ม หรือโครงการนำร่องแบบคลาวด์
แม้ว่าหลายคนจะประสบความสำเร็จกับกรณีการใช้งานแบบแยกส่วน แต่แนวทางนี้มักส่งผลให้ประสบการณ์การใช้งาน AI ไม่ต่อเนื่องและทำให้การนำไปใช้ไม่สม่ำเสมอ พนักงานจึงไม่ได้หันไปใช้เครื่องมือ AI เพื่อหาโซลูชันอย่างที่ควรจะเป็น แต่พวกเขามักจะต้องปรับขั้นตอนการทำงานของตนให้เข้ากับสิ่งนี้ แทนที่จะให้เครื่องมือ AI ปรับเข้าหางานประจำวันของตน
ในปี 2026 AI จะกลายเป็นกลไกขับเคลื่อนการทำงานแทนที่จะเป็นเพียงส่วนเสริมของการทำงาน AI ในอุปกรณ์ เช่น Galaxy AI1 กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่อย่างรวดเร็ว โดยหลายองค์กรในปัจจุบันสนับสนุนให้พนักงานใช้เครื่องมือ AI ในมือถือ
ด้วยอุปกรณ์ Galaxy เครื่องมือ AI จะถูกรวมอยู่ในอุปกรณ์โดยตรง ทำให้การใช้งาน AI เป็นไปอย่างง่ายดาย ซึ่งหมายความว่าพนักงานไม่จำเป็นต้องเลือกใช้หรือเรียนรู้ระบบใหม่ แต่ Galaxy AI ได้รับการติดตั้งมาในอุปกรณ์แล้ว และพร้อมรองรับงานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทีมจึงสามารถเข้าถึงเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้ทันที เช่น Circle to Search2, Transcript Assist3, Read Aloud4 และอื่น ๆ อีกมากมาย
แนวทางการใช้ AI แบบนี้ยังช่วยให้ธุรกิจพร้อมรับมือกับคลื่นลูกต่อไปของ AI ซึ่งก็คือ Agentic AI ได้ด้วย Agentic AI หมายถึงระบบที่ทำได้มากกว่าแค่การตอบสนองต่อคำสั่ง แต่จะทำงานหลายขั้นตอนได้ด้วยตนเองตามบริบท เพื่อให้ Agentic AI ประสบความสำเร็จ แบบจำลอง AI จะต้องเรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจผู้ใช้ งาน และสภาพแวดล้อมเมื่อเวลาผ่านไป
AI ในอุปกรณ์เป็นรากฐานสำหรับสิ่งนี้ และเราได้เห็นสิ่งนี้แล้วจากฟีเจอร์บางอย่างของ Galaxy AI เช่น การทำงานที่ราบรื่นระหว่างแอปและ Now Brief5 เมื่อ AI ในอุปกรณ์เรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้ AI ก็จะสามารถให้ความช่วยเหลือในรูปแบบที่ปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต