วิธีการปรับปรุงอายุการใช้งานแบตเตอรี่ Galaxy Z Flip4

วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 2022-12-26

หนึ่งในการปรับปรุงครั้งใหญ่ที่สุดของ Galaxy Z Flip4 คือแบตเตอรี่ ด้วยความจุ 3700 mAh คุณยังสามารถใช้ฟีเจอร์บางตัวของโทรศัพท์เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ 

มุมมองของ Galaxy Z Flip4 พร้อมไอคอนแบตเตอรี่

การเปรียบเทียบความจุของแบตเตอรี่ Galaxy Z Flip4

Galaxy Z Flip4 มาพร้อมแบตเตอรี่ 3700 mAh ซึ่งได้รับการปรับปรุงให้มีระยะเวลาการใช้งานที่ยาวนานกว่า Galaxy Z Flip3 รุ่นก่อนซึ่งใช้แบตเตอรี่ 3300 mAh ดูความแตกต่างทั้งหมดเกี่ยวกับแบตเตอรี่ด้านล่างนี้: 

รุ่น

Z Flip3

Z Flip4

ความจุแบตเตอรี่

(mAh โดยทั่วไป)

3300

3700

ระยะเวลาในการเล่นเสียง

สูงสุดถึง 51 ชั่วโมง

สูงสุดถึง 56 ชั่วโมง

ความจุในการชาร์จ

15W การชาร์จความเร็วสูง

(ที่ชาร์จจำหน่ายแยกต่างหาก)

25W การชาร์จความเร็วสูง

(ที่ชาร์จจำหน่ายแยกต่างหาก)

โปรดทราบ: ระยะเวลาในการเล่นเสียงอาจแตกต่างกันไปซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของเครือข่าย รูปแบบการใช้งาน และปัจจัยอื่นๆ

หลังจากซื้ออุปกรณ์ใหม่ ในช่วงเริ่มต้น คุณมักจะติดตั้งและเปิดใช้งานแอพพลิเคชันจำนวนมาก และใช้งานฟังก์ชันต่างๆ เพื่อตั้งค่าอุปกรณ์ใหม่ของคุณ ในเวลานี้ เนื่องจากมีการใช้งานแบตเตอรี่พื้นหลังสูง คุณอาจรู้สึกว่าอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของโทรศัพท์เครื่องใหม่สั้นกว่ารุ่นก่อน

การปรับอุปกรณ์ให้เหมาะสมช่วยลดการใช้งานแบตเตอรี่โดยการล้างแอพที่ทำงานอยู่พื้นหลังและล้างการใช้งานแบตเตอรี่ที่ผิดปกติ

ผ่านฟีเจอร์การดูแลอุปกรณ์:

มุมมองหน้าจอ “การตั้งค่า” โดยมีการเน้นตัวเลือก “การดูแลแบตเตอรี่และอุปกรณ์” มุมมองหน้าจอ “การตั้งค่า” โดยมีการเน้นตัวเลือก “การดูแลแบตเตอรี่และอุปกรณ์”

ขั้นตอนที่ 1. ไปที่ การตั้งค่าอุปกรณ์ และแตะที่ “การดูแลแบตเตอรี่และอุปกรณ์”

มุมมองหน้าจอ “การดูแลอุปกรณ์” โดยมีการเน้นตัวเลือก “ปรับตอนนี้” มุมมองหน้าจอ “การดูแลอุปกรณ์” โดยมีการเน้นตัวเลือก “ปรับตอนนี้”

ขั้นตอนที่ 2.. แตะที่ “ปรับตอนนี้”

มุมมองหน้าจอ “การดูแลอุปกรณ์” โดยมีการเน้นตัวเลือก “เสร็จสิ้น” มุมมองหน้าจอ “การดูแลอุปกรณ์” โดยมีการเน้นตัวเลือก “เสร็จสิ้น”

ขั้นตอนที่ 3. แตะที่ “เสร็จสิ้น”

ผ่านฟีเจอร์แอพที่พักการใช้งานนาน:

แอพที่ตรวจพบปัญหาการสิ้นเปลืองแบตเตอรี่สามารถลดการสิ้นเปลืองแบตเตอรี่ลงได้โดยการนำแอพเหล่านั้นไปไว้ในแอพที่พักการใช้งานนานผ่านการแจ้งเตือนแบบพุช

เมื่ออุปกรณ์ตรวจพบแอพที่ใช้แบตเตอรี่ปริมาณมากที่พื้นหลังโดยอัตโนมัติและส่งการแจ้งเตือนแบบพุช ให้ตรวจสอบการแจ้งเตือนเพื่อนำแอพเหล่านั้นไปไว้ในสถานะพักการใช้งานนาน

มุมมองหน้าจอ “การดูแลอุปกรณ์” โดยมีการเน้นตัวเลือก “แบตเตอรี่” มุมมองหน้าจอ “การดูแลอุปกรณ์” โดยมีการเน้นตัวเลือก “แบตเตอรี่”

ขั้นตอนที่ 1ไปที่ การดูแลแบตเตอรี่และอุปกรณ์ และแตะที่ “แบตเตอรี่”

มุมมองหน้าจอ “แบตเตอรี่” โดยมีการเน้นตัวเลือก “ขีดจำกัดการใช้พื้นหลัง” มุมมองหน้าจอ “แบตเตอรี่” โดยมีการเน้นตัวเลือก “ขีดจำกัดการใช้พื้นหลัง”

ขั้นตอนที่ 2แตะที่ “ขีดจำกัดการใช้พื้นหลัง”

มุมมองหน้าจอ “ขีดจำกัดการใช้พื้นหลัง” โดยมีปุ่มสลับ “พักแอพที่ไม่ได้ใช้งาน” มุมมองหน้าจอ “ขีดจำกัดการใช้พื้นหลัง” โดยมีปุ่มสลับ “พักแอพที่ไม่ได้ใช้งาน”

ขั้นตอนที่ 3เปิดปุ่มสลับ “พักแอพที่ไม่ได้ใช้งาน”

มุมมองหน้าจอ “ขีดจำกัดการใช้พื้นหลัง” โดยมีการเน้นตัวเลือก “แอพที่พักการใช้งานนาน” มุมมองหน้าจอ “ขีดจำกัดการใช้พื้นหลัง” โดยมีการเน้นตัวเลือก “แอพที่พักการใช้งานนาน”

ขั้นตอนที่ 4แตะที่ “แอพที่พักการใช้งานนาน”

ตัวอย่างมุมมองของแอพบางตัวที่เลือกไว้โดยมีการเน้นตัวเลือก “เพิ่ม” ตัวอย่างมุมมองของแอพบางตัวที่เลือกไว้โดยมีการเน้นตัวเลือก “เพิ่ม”

ขั้นตอนที่ 5แตะที่ไอคอน เพิ่ม และเลือกแอพที่คุณต้องการพักการใช้งานนาน จากนั้นแตะที่ “เพิ่ม”

แอพที่พักการใช้งานนานอาจไม่ได้การอัพเดทหรือการแจ้งเตือนอื่นๆ

ลบแอพที่คุณใช้งานบ่อยหรือจำเป็นต้องได้รับการแจ้งเตือนที่สำคัญจากรายการแอพที่มีสถานะพักการใช้งานนาน

มุมมองหน้าจอ “การดูแลอุปกรณ์” โดยมีการเน้นตัวเลือก “แบตเตอรี่” มุมมองหน้าจอ “การดูแลอุปกรณ์” โดยมีการเน้นตัวเลือก “แบตเตอรี่”

ขั้นตอนที่ 1. ไปที่ การดูแลแบตเตอรี่และอุปกรณ์ และแตะที่ “แบตเตอรี่”

มุมมองหน้าจอ “แบตเตอรี่” โดยมีการเน้นตัวเลือก “ขีดจำกัดการใช้พื้นหลัง” มุมมองหน้าจอ “แบตเตอรี่” โดยมีการเน้นตัวเลือก “ขีดจำกัดการใช้พื้นหลัง”

ขั้นตอนที่ 2. แตะที่ “ขีดจำกัดการใช้พื้นหลัง”

มุมมองหน้าจอ “ขีดจำกัดการใช้พื้นหลัง” โดยมีการเน้น “แอพที่พักการใช้งานนาน” มุมมองหน้าจอ “ขีดจำกัดการใช้พื้นหลัง” โดยมีการเน้น “แอพที่พักการใช้งานนาน”

ขั้นตอนที่ 3. แตะที่ “แอพที่พักการใช้งานนาน”

มุมมองหน้าจอ “แอพที่พักการใช้งานนาน” โดยมีการเน้นตัวเลือก “ลบ” มุมมองหน้าจอ “แอพที่พักการใช้งานนาน” โดยมีการเน้นตัวเลือก “ลบ”

ขั้นตอนที่ 4. แตะที่ไอคอนตัวเลือกเพิ่มเติม แล้วแตะที่ “ลบ”

ตัวอย่างมุมมองแอพสองตัวที่เลือกไว้โดยมีการเน้นตัวเลือก “ลบ” ตัวอย่างมุมมองแอพสองตัวที่เลือกไว้โดยมีการเน้นตัวเลือก “ลบ”

ขั้นตอนที่ 5. แตะที่ “ลบ” หลังจากเลือกแอพ

คุณสามารถตั้งค่าการปรับวันละครั้งโดยอัตโนมัติและล้างแอพเพื่อเพิ่มพื้นที่หน่วยความจำ, หน่วยความจำ เมื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์ต่อไปนี้ แอพที่ใช้งานล่าสุดจะยังคงเปิดอยู่และแอพพื้นหลังทั้งหมดจะถูกปิดลง

ฟีเจอร์นี้จะทำงานเวลาที่หน้าจอปิดอยู่หรือไม่ได้ใช้โทรศัพท์อยู่เท่านั้น คุณสามารถตั้งเวลาที่ไม่ได้ใช้โทรศัพท์ด้านล่างนี้เพื่อให้ทำการปรับได้สะดวกมากขึ้น

มุมมองหน้าจอหลักของ “การดูแลอุปกรณ์” โดยมีการเน้นไอคอนตัวเลือก มุมมองหน้าจอหลักของ “การดูแลอุปกรณ์” โดยมีการเน้นไอคอนตัวเลือก

ขั้นตอนที่ 1ไปที่ การดูแลแบตเตอรี่และอุปกรณ์ และแตะที่ไอคอนตัวเลือกเพิ่มเติม

มุมมองหน้าจอหลัก “การดูแลอุปกรณ์” โดยมีการเน้นตัวเลือก “รายการอัตโนมัติ” มุมมองหน้าจอหลัก “การดูแลอุปกรณ์” โดยมีการเน้นตัวเลือก “รายการอัตโนมัติ”

ขั้นตอนที่ 2แตะที่ “รายการอัตโนมัติ”

มุมมองหน้าจอ “รายการอัตโนมัติ” โดยมีการเน้นปุ่มสลับ “ปรับรายวันอัตโนมัติ” มุมมองหน้าจอ “รายการอัตโนมัติ” โดยมีการเน้นปุ่มสลับ “ปรับรายวันอัตโนมัติ”

ขั้นตอนที่ 3เปิดปุ่มสลับ “ปรับรายวันอัตโนมัติ”

มุมมองหน้าจอ “ปรับรายวันอัตโนมัติ” โดยมีการเน้นปุ่มสลับ “ปิดแอพเพื่อเพิ่มพื้นที่หน่วยความจำ” มุมมองหน้าจอ “ปรับรายวันอัตโนมัติ” โดยมีการเน้นปุ่มสลับ “ปิดแอพเพื่อเพิ่มพื้นที่หน่วยความจำ”

ขั้นตอนที่ 4ตั้งเวลาสำหรับการปรับ คุณยังสามารถเปิดปุ่มสลับ “ปิดแอพเพื่อเพิ่มพื้นที่หน่วยความจำ” เพื่อเพิ่มพื้นที่ในหน่วยความจำ

หากคุณยังพบปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่ ให้ลองทำสิ่งต่อไปนี้:

  • ปิดฟังก์ชัน Wi-Fi, GPS (ตำแหน่งที่ตั้ง), และ Bluetooth เมื่อไม่ได้ใช้งาน
  • ปิดฟังก์ชันการซิงค์ข้อมูลสำหรับบัญชี Samsung และ Google
    (การตั้งค่า > บัญชีผู้ใช้และการแบ็คอัพ > จัดการบัญชี > เลือกรหัสบัญชี Samsung/Google > ซิงค์บัญชี > (รายชื่อ/ปฏิทิน ฯลฯ)
  • ลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นหรือแอพที่ไม่ได้ใช้งาน
  • ลดระดับความสว่างของหน้าจอ
  • หากอุปกรณ์ร้อนมากและปัญหายังคงอยู่เป็นเวลานาน ให้หยุดใช้อุปกรณ์นั้นสักระยะ หากอุณหภูมิไม่ลดลง โปรดติดต่อ Samsung Support

โปรดทราบ: รูปภาพและชื่อหน้าจอต่างๆ อิงตามระบบปฏิบัติการ Android 12 (S OS) และมีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการอธิบายเท่านั้น ทั้งนี้อาจจะมีความแตกต่างกันซึ่งขึ้นอยู่กับเวอร์ชันของซอฟต์แวร์

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ