เลือกตำแหน่งและภาษาของคุณ
วิธีใช้งานสมาร์ทโฟนแบบ Hands-Free ด้วย Flex Mode

หนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นของ Galaxy Z Series ซึ่งสร้างความแตกต่างให้กับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ นั่นคือข้อต่อบานพับที่ยืดหยุ่นและหน้าจอกระจก ซึ่งทำให้คุณสามารถเปิดใช้แอปต่างๆ ได้อย่างคล่องตัว

การใช้งานที่สะดวกนี้ต้องยกเครดิตให้ Flex Mode ที่จัดการแอปทั้งหลายที่คุณใช้งานให้ลงตัวกับหน้าจอแบบพับที่เปิดอยู่ ให้คุณจัดการเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อความหรือเข้าเว็บไซต์ได้โดยไม่ต้องถือสมาร์ทโฟนไว้ในมือ

คุณสมบัตินี้จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ Galaxy Z Series เป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้เครื่องโปรดของหลายคน

การใช้งาน Flex Mode

Flex Mode นับเป็นฟีเจอร์สุดโปรดของสมาร์ทโฟนหน้าจอพับ เพราะช่วยยกระดับประสบการณ์ใช้งานด้วยการปรับแอปต่างๆ ให้พอดีกับหน้าจอพับได้โดยอัตโนมัติ

แถบเมนูคำสั่ง Flex Mode ของ Galaxy Z Fold3 และ Galaxy Z Flip3

Galaxy Z Fold3 และ Galaxy Z Flip3 มีแถบเมนูคำสั่ง Flex Mode ที่จะปรากฏขึ้นเวลาคุณใช้เปิดใช้แอปต่างๆ ทำให้คุณสามารถปรับความสว่างและควบคุมความดังของเสียงได้อย่างรวดเร็ว

1. เปิดโหมด Settings ใน Galaxy Z Fold3 หรือ Galaxy Z Flip3 ของคุณ
2. ไปที่คำสั่ง Advanced features แล้วคลิกที่ Labs
3. คลิกที่ Flex mode panel
4. คลิกแถบที่ให้เลือกข้างแต่ละแอป เพื่อเลือกว่าจะเปิดการใช้งานแถบเมนูคำสั่ง Flex Mode กับแอปใดบ้าง

เมื่อทำตามขั้นตอนตามนี้แล้ว จากหน้าจอโฮมสกรีน คุณสามารถเปิดและใช้งานแอปได้แบบ Hands-Free ผ่าน Flex Mode เมื่อพับหน้าจอ โดยแถบเมนูคำสั่ง Flex Mode จะปรากฏอยู่บริเวณด้านล่างของจอ ซึ่งคุณสามารถใช้เพื่อเปิดดูข้อความแจ้งเตือน แคปเจอร์สกรีนช็อต ปรับความสว่าง และปรับเสียงได้

ทำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้นด้วย Multi Window

ถ้ารู้สึกว่ามีหลายอย่างที่ต้องทำ แต่เวลามีจำกัด ให้นึกถึงตัวช่วยในการทำหลายๆ เรื่องพร้อมกันผ่านแอปฯ ต่างๆ ในสมาร์ทโฟน Galaxy Z Series ที่มาพร้อมกับ Multi Window ใน Flex Mode

เริ่มจากเปิด Multi App Tray เพื่อใช้งานแอปมากกว่า 1 แอปพร้อมกัน ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้งานในโหมด Split Screen ที่แบ่งหน้าจอออกเป็น 2 ส่วน หรือโหมด Pop-Up แล้วเปิดหน้าจอฝาพับไว้เพื่อเช็กอีเมลหรือถ่ายภาพ ระหว่างนั้นคุณยังสามารถเลื่อนหน้าต่างไปตามจุดต่างๆ ของหน้าจอ หรือคลิกที่ไอคอนด้านบนเพื่อปรับความมืด-ความสว่าง ลดหรือขยายขนาดหน้าต่างแต่ละอันเพื่อให้เหมาะกับหน้าจอโดยรวม

วิธีใช้งานมากกว่า 1 แอปในเวลาเดียวกัน:
1. ปัดจากทางซ้ายไปทางขวาของหน้าจอเพื่อเปิด Multi App Tray
2. ลากแล้วเลื่อนแอปที่ต้องการใช้ไปที่ด้านบนของหน้าจอเพื่อเปิดใช้งานแบบ Split Screen หรือเลื่อนมาที่บริเวณตรงกลางเพื่อเปิดใช้ในโหมด Pop-Up View ในการใช้งาน Pop-Up View โดยคุณสามารถเปิดใช้งานได้สูงสุดถึง 5 แอปในเวลาเดียวกัน

ถ้าต้องการดูวิดีโอใน YouTube พร้อมส่งข้อความถึงเพื่อนไปพร้อมๆ กัน หรือท่องอินเตอร์เน็ตขณะเดียวกับที่ดูภาพถ่ายในเครื่อง คุณสามารถแบ่งหน้าจอออกเป็นครึ่งบนและครึ่งล่างเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้พร้อมกันในโหมด Split Screen

มี Galaxy Z Fold3 แล้วหรือยัง ถ้ามีแล้ว อย่าลืมลองใช้โหมด Multi View นะ

หน้าจอหลักของ Galaxy Z Fold3 สามารถแบ่งออกเป็น 2 คอลัมน์ได้ด้วยโหมด Multi View ให้คุณได้รับชมคอนเทนต์จากทั้งสองฝั่งของหน้าจอ โหมด Multi View ยังใช้กับเมนู Settings และแอปอื่นๆ อย่าง Messages ได้อีกด้วย

ขั้นตอนในการเปิดใช้งานหน้าจอแบบ Multi View:
1. เปิดเมนู Settings
2. คลิกที่ Display, แล้วเลือก Screen layout and zoom
3. เลือกMulti view, แล้วคลิกที่ Apply

หน้าจอของ Settings จะแบ่งออกเป็น 2 คอลัมน์ ใช้ด้านซ้ายเพื่อเลือกการตั้งค่าต่างๆ และใช้ด้านขวาเพื่อเปิดหรือปิดการใช้งานเมนูต่างๆ ตามต้องการ

ขั้นตอนในการกลับสู่หน้าจอปกติ:
1. เปิดเมนู Settings
2. คลิกที่Display แล้วเลือก Screen layout and zoom
3. เลือก Standard view, แล้วคลิกที่ Apply

ปรับแถบซูมหน้าจอบริเวณด้านล่างเพื่อซูมเข้าหรือซูมออก

เติมความสนุกและเพิ่มความสะดวกในชีวิตของคุณด้วย Flex Mode ที่คุณกำหนดเองได้ - ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Galaxy Z Series ได้ที่นี่

 

หมายเหตุ:

  • Flex Mode สามารถใช้งานได้เฉพาะกับบางแอปเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน แอปจำนวนมากกำลังอยู่ในระหว่างการอัพเดทเพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานกับ Flex Mode ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ในอนาคตจะมีแอปที่ใช้กับ Flex Mode ได้มากกว่าในปัจจุบัน หากคุณประสบปัญหาใดๆ ในการใช้แอป กรุณาส่งฟีดแบ็กไปที่ฝั่งพัฒนาโปรแกรมเพื่อให้แต่ละแอปสามารถแก้ปัญหาหรือสนับสนุนการใช้งานของคุณได้

     

  • Multi View ไม่สามารถใช้งานได้กับทุกแอป