คู่มือฉบับเข้าใจง่ายเกี่ยวกับ
สมาร์ตมอนิเตอร์

การเลือกจอแสดงผลที่เหมาะสมสำหรับประสิทธิภาพด้านการทำงานและความบันเทิงอาจเป็นเรื่องท้าทาย มอนิเตอร์แบบดั้งเดิมนั้นเหมาะกับการทำงาน ในขณะที่ทีวีนั้นออกแบบมาเพื่อการบริโภคสื่อ ซึ่งแต่ละอย่างก็มีข้อจำกัดเมื่อใช้นอกวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้

ด้วยการผสมผสานข้อดีของทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือทำงานที่ไม่ต้องใช้ PC ตัวเลือกการเชื่อมต่อ แอปสตรีมมิงในตัว และสมรรถนะที่เอื้ออำนวยต่อการเล่นเกม สมาร์ตมอนิเตอร์จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับทุกคนที่ต้องการจอแสดงผลเดียวที่มีสมดุลระหว่างการทำงานและการเล่น

ในคู่มือนี้ เราจะมาดูกันว่าอะไรที่ทำให้สมาร์ตมอนิเตอร์เป็นตัวเลือกออลอินวันที่หลากหลายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

สารบัญ

สมาร์ตมอนิเตอร์คืออะไร¹

แล็ปท็อปและมอนิเตอร์วางอยู่ข้างกัน มอนิเตอร์แสดงหน้าจอหลักที่มีแอปหลายแอป จากนั้นก็แสดงฉากจากคอนเทนต์ต่าง ๆ จากนั้นแล็ปท็อปก็แสดงคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับคอนเทนต์ที่แสดงในมอนิเตอร์ ซึ่งบ่งชี้ว่าอุปกรณ์ทั้งสองเชื่อมต่อกันอยู่

สมาร์ตมอนิเตอร์คือจอแสดงผลแบบออลอินวันที่ให้คุณเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในอุปกรณ์เครื่องเดียว
สมาร์ตมอนิเตอร์ต่างจากมอนิเตอร์ทั่วไปตรงที่มีแอปต่าง ๆ สำหรับการสตรีม การเล่นเกม และการทำงาน ตัวอย่างเช่น Samsung Smart Monitor มีแอป Samsung Smart TV และ Workspace

นอกจากนี้ สมาร์ตมอนิเตอร์มักมีฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ทำให้การรับชม การเล่นเกม รวมถึงการทำงานสมจริงและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น หน้าจอ 4K QD-OLED ของ Samsung Smart Monitor M9 ให้คุณภาพของภาพที่น่าทึ่ง ในขณะที่กล้อง 4K ในตัวก็รองรับวิดีโอคอลคุณภาพสูง โดยบางรุ่นยังมีผู้ช่วยคำสั่งเสียงในตัวเพื่อการควบคุมแบบแฮนด์ฟรีที่สะดวกสบาย

ไม่ว่าคุณจะกำลังปรับงานนำเสนอให้ดูดีขึ้นอยู่ใน Microsoft 365² หรือผ่อนคลายไปกับแอปสตรีมมิงโปรดหลังเลิกงานอยู่ก็ตาม สมาร์ตมอนิเตอร์จะตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างราบรื่น โดยไม่ต้องสลับอุปกรณ์

Samsung Smart Monitors ที่เป็นการเชื่อมช่องว่างระหว่างมอนิเตอร์ PC แบบดั้งเดิมและ Smart TVs เข้าด้วยกันนั้นจะมอบโซลูชันที่ยืดหยุ่นและครบวงจรสำหรับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ ซึ่งเป็นการผสมผสานการทำงาน การสตรีม และการเล่นเกมไว้ในประสบการณ์เดียวที่ราบรื่น

Smart TV กับสมาร์ตมอนิเตอร์
นั้นแตกต่างกันอย่างไร¹

ทีวีเครื่องหนึ่งตั้งอยู่ในห้องนั่งเล่น และมอนิเตอร์เครื่องหนึ่งตั้งอยู่ในโฮมออฟฟิศ ในตอนแรก ทั้งสองจอแสดงคอนเทนต์เดียวกัน แต่จากนั้นหน้าจอของมอนิเตอร์ก็เปลี่ยนไปเป็นคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับงาน

แม้ว่า Smart TV และสมาร์ตมอนิเตอร์อาจดูคล้ายกันในแวบแรก แต่สมาร์ตมอนิเตอร์มีความอเนกประสงค์มากกว่าด้วยการผสมผสานฟีเจอร์ด้านความบันเทิงเข้ากับเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการทำงาน

อย่างแรกเลย Smart TV และสมาร์ตมอนิเตอร์ต่างก็รองรับการรับชมคอนเทนต์ ทำให้ทั้งคู่นั้นเหมาะสำหรับความบันเทิง Smart TV ทำให้สามารถรับชมบริการสตรีมมิงและการถ่ายทอดสดด้วยทีวีจูนเนอร์ในตัวได้ โดยทั่วไปแล้วสมาร์ตมอนิเตอร์จะไม่มีทีวีจูนเนอร์ แต่ยังคงรองรับการสตรีมผ่านแอปและบริการในตัวที่นำเสนอช่องรายการสดได้ฟรี ๆ เช่น Samsung TV Plus

นอกจากนี้ ทั้ง Smart TV และสมาร์ตมอนิเตอร์ก็ยังรองรับการคัดลอกหน้าจอและการควบคุมอุปกรณ์หลายอย่างเพื่อให้แชร์คอนเทนต์ข้ามอุปกรณ์ได้ นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกการเชื่อมต่อ เช่น Wi-Fi, Ethernet, HDMI และพอร์ต USB เพื่อให้เข้าชมแอปสตรีมมิงได้

เมื่อพูดถึงขนาดแล้ว Smart TV (32 นิ้วขึ้นไป) เหมาะสำหรับการรับชมในระยะไกลและพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องนั่งเล่น ในขณะที่สมาร์ตมอนิเตอร์ (โดยปกติจะอยู่ระหว่าง 27 ถึง 32 นิ้ว) นั้นเหมาะสำหรับการรับชมระยะใกล้ในพื้นที่ส่วนตัว เช่น ห้องนอน โฮมออฟฟิศ หรือห้องพักในหอพัก

อย่างไรก็ตาม Smart TV นั้นเป็นมากกว่าแค่ความบันเทิงด้วยการนำเสนอฟีเจอร์ที่รองรับการทำงานต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Smart TV โดยทั่วไปไม่มีให้ ตัวอย่างเช่น สมาร์ตมอนิเตอร์มักมีเครื่องมือที่เน้นการทำงานมาให้ เช่น Microsoft 365 และบริการคลาวด์ ทำให้ง่ายต่อการทำงานข้ามแพลตฟอร์มโดยไม่จำเป็นต้องใช้สายเคเบิลหรืออุปกรณ์ภายนอกเพิ่มเติม ในแง่ของการเชื่อมต่อ สมาร์ตมอนิเตอร์ยังมีพอร์ตเพิ่มเติม เช่น DisplayPort และ USB-C ซึ่งรองรับการถ่ายโอนข้อมูล การจ่ายไฟ และการติดตั้งอุปกรณ์หลายชิ้นด้วยกันได้อย่างราบรื่น

โดยสรุปแล้ว สมาร์ตมอนิเตอร์ผสานความสามารถของ Smart TV เข้ากับฟังก์ชันการทำงานของมอนิเตอร์แบบดั้งเดิม รวมไปถึงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพด้านการทำงานและการเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ยืดหยุ่น เพื่อมอบประสบการณ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ทำให้สมาร์ตมอนิเตอร์เหมาะสำหรับทั้งการทำงานและการสตรีมคอนเทนต์ ซึ่งแตกต่างจาก Smart TV ที่ได้รับการปรับแต่งมาเพื่อความบันเทิงที่สมจริงและการรับชมรายการทีวีสด

สามารถใช้สมาร์ตมอนิเตอร์เป็นทีวีได้หรือไม่

ได้ สมาร์ตมอนิเตอร์สามารถใช้งานได้ในลักษณะเดียวกับทีวี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมาพร้อมกับแอปสตรีมมิงและลำโพงในตัวที่จะให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับคอนเทนต์และเสียงที่คมชัดได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์แยกต่างหาก อย่างไรก็ตาม หากคุณตั้งใจจะใช้สมาร์ตมอนิเตอร์เป็นทีวีแล้ว ก็มีบางสิ่งที่ต้องพิจารณาอยู่เช่นกัน


สมาร์ตมอนิเตอร์ไม่สามารถรับชมช่องรายการสดได้ เนื่องจากไม่มีทีวีจูนเนอร์เหมือนทีวีทั่วไป อย่างไรก็ตาม คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับคอนเทนต์แบบออนดีมานด์ หรือคัดลอกการแสดงผลคอนเทนต์จากมือถือของคุณโดยใช้ฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น Smart View และ AirPlay หรือเข้าใช้ Samsung TV Plus ซึ่งมีช่องทีวีสดฟรี

ขนาดหน้าจอเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องพิจารณา โดยทั่วไปแล้วสมาร์ตมอนิเตอร์จะมีขนาดประมาณ 27 ถึง 32 นิ้ว แม้ว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ Samsung Smart Monitor จะมีรุ่น 43 นิ้วรวมอยู่ด้วยก็ตาม ทำให้เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดเล็กหรือสำหรับใช้เป็นทีวีเครื่องที่สอง

โดยสรุปแล้ว สมาร์ตมอนิเตอร์สามารถมอบประสบการณ์ที่เหมือนทีวีได้ นอกจากการช่วยปรับปรุงขั้นตอนการทำงานของคุณด้วยการมอบเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพด้านการทำงานอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม คุณอาจต้องพิจารณาซื้อทีวีหากคุณรับชมคอนเทนต์สดเป็นจำนวนมาก ต้องการหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น หรือให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียงระดับโรงภาพยนตร์

สมาร์ตมอนิเตอร์คุ้มค่าที่จะซื้อหรือไม่

สมาร์ตมอนิเตอร์เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ที่กำลังมองหาจอแสดงผลแบบครบวงจรสำหรับทั้งการทำงานและความบันเทิง โดยเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าเป็นพิเศษสำหรับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับการสตรีมมิง การทำงาน และการเล่นเกม

การสตรีมที่ราบรื่น

มีไอคอนเพลงและกล้องอยู่ด้านหน้าของมอนิเตอร์ มีไอคอนเพลงและกล้องอยู่ด้านหน้าของมอนิเตอร์

หากคุณมีพื้นที่จำกัดแต่ยังต้องการความบันเทิงที่สมจริง สมาร์ตมอนิเตอร์คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม ด้วยแอปสตรีมมิงในตัว คุณจะสามารถเพลิดเพลินกับรายการและวิดีโอในหน้าจอความละเอียดสูงได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์แยกต่างหาก

ความสามารถด้านการทำงานที่ลงตัว

มีไอคอนปุ่มเล่น เอกสาร และกราฟอยู่ด้านหน้ามอนิเตอร์ มีไอคอนปุ่มเล่น เอกสาร และกราฟอยู่ด้านหน้ามอนิเตอร์

หากคุณทำงานอยู่ที่บ้านหรือต้องการมอนิเตอร์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคุณแล้ว สมาร์ตมอนิเตอร์คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม โดยหลายรุ่นมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ออกแบบมาสำหรับงานระดับมืออาชีพ เช่น การแชร์หน้าจอและการเข้าถึงไฟล์ นอกจากนี้ยังเข้ากันได้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมาย เช่น แล็ปท็อป สมาร์ตโฟน และแท็บเล็ต
ตัวอย่างเช่น Samsung Smart Monitors รองรับฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น Microsoft 365², Smart View และ SmartThings ซึ่งช่วยให้ทำงาน คัดลอกการแสดงผลคอนเทนต์ และเชื่อมต่อระหว่างแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

Gaming Performance

มีไอคอนเกมคอนโซลและรีเฟรชเรตอยู่ด้านหน้ามอนิเตอร์ มีไอคอนเกมคอนโซลและรีเฟรชเรตอยู่ด้านหน้ามอนิเตอร์

สมาร์ตมอนิเตอร์อย่าง Samsung Smart Monitor M9 มีรีเฟรชเรตสูงถึง 165 Hz และเมื่อจับคู่เข้ากับ PC หรือคอนโซลแล้ว มอนิเตอร์ก็จะมอบสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้นซึ่งทันต่อทุกการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว

โดยสรุปแล้ว สมาร์ตมอนิเตอร์เป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณาหากคุณกำลังมองหาหน้าจออเนกประสงค์อันลงตัวที่รวมความบันเทิง ประสิทธิภาพด้านการทำงาน และการเล่นเกมไว้ในจอแสดงผลเดียว

สมาร์ตมอนิเตอร์เหมาะสำหรับงานออฟฟิศหรือไม่

ใช่ สมาร์ตมอนิเตอร์มีฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่เหมาะสมสำหรับงานออฟฟิศเป็นอย่างยิ่ง

ด้วย Wi-Fi ในตัวและการเข้าถึงแอปคลาวด์อย่าง Microsoft 365 ²ได้ คุณจึงสามารถท่องเว็บและทำงานจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องใช้ PC โดยมอนิเตอร์สามารถเชื่อมต่อกับแท็บเล็ตและโทรศัพท์ พร้อมให้คุณควบคุมทุกอย่างได้จากแป้นพิมพ์และเมาส์เพียงชุดเดียว

สมาร์ตมอนิเตอร์ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับฟีเจอร์ต่าง ๆ ของมอนิเตอร์แบบดั้งเดิมด้วย ทำให้มีประสิทธิภาพสำหรับงานออฟฟิศมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Samsung Smart Monitor M9 มีจอแสดงผล 4K QD-OLED และรีเฟรชเรต 165 Hzซึ่งทำให้การทำงานหลายอย่างพร้อมกันเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น และถนอมสายตาเมื่อต้องทำงานเป็นเวลานาน ส่วนรุ่น M8 ก็มาพร้อมกับกล้องคุณภาพสูง ซึ่งเหมาะมากกับการประชุมผ่านวิดีโอ

ดังนั้น หากคุณต้องการจอแสดงผลอเนกประสงค์ที่ช่วยให้ขั้นตอนการทำงานของคุณคล่องตัวขึ้นแล้ว สมาร์ตมอนิเตอร์ก็เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง

สมาร์ตมอนิเตอร์เหมาะสำหรับการดูทีวีหรือไม่

แม้ว่าสมาร์ตมอนิเตอร์จะไม่สามารถใช้แทนทีวีได้อย่างสมบูรณ์ แต่ Samsung Smart Monitors ก็มาพร้อมกับบริการสตรีมมิงยอดนิยมและช่องทีวีฟรีจาก Samsung TV Plus นอกจากนี้ยังมีพอร์ตมากมาย ซึ่งรวมถึง HDMI, USB-C และ DisplayPort พร้อมทั้งยังรองรับการคัดลอกหน้าจอแบบไร้สาย³ คุณจึงสามารถเชื่อมต่อและสตรีมได้โดยตรงจากอุปกรณ์อื่น ๆ ของคุณ

เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วสมาร์ตมอนิเตอร์จะมีขนาดเล็กกว่าทีวี ทำให้ประสบการณ์การรับชมจึงอาจไม่สมจริงเท่า อย่างไรก็ตาม สมาร์ตมอนิเตอร์นั้นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก เช่น อพาร์ตเมนต์แบบสตูดิโอ ห้องพักในหอพัก หรือโฮมออฟฟิศ เนื่องจากให้ประสบการณ์การรับชมที่สะดวกสบายและมีสมาธิมากขึ้น และหากคุณกำลังมองหาประสบการณ์ที่เหมือนทีวีแล้ว Samsung ก็มีรุ่นขนาด 40 นิ้วขึ้นไปให้เลือกด้วย

ภาพขนาดย่อของคอนเทนต์ในมอนิเตอร์เลื่อนไปด้านข้าง มีภาพฉากของ 'Breath' แสดงอยู่ ภาพขนาดย่อของคอนเทนต์ในมอนิเตอร์เลื่อนไปด้านข้าง มีภาพฉากของ 'Breath' แสดงอยู่

สมาร์ตมอนิเตอร์เหมาะสำหรับการเล่นเกมหรือไม่

การตอบสนองที่ยอดเยี่ยมและการเคลื่อนไหวที่ราบรื่นยังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประสบการณ์การเล่นเกมที่น่าดึงดูดใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มผลิตภัณฑ์ Samsung Odyssey ซึ่งขึ้นชื่อในด้านรีเฟรชเรตที่สูงและเวลาในการตอบสนองที่ต่ำ ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมหากคุณต้องการความได้เปรียบในการแข่งขันในเกมที่ต้องใช้ความเร็วสูง อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังมองหาสมาร์ตมอนิเตอร์ที่สามารถให้ทั้งการเล่นเกมที่ตอบสนองได้ดีและประสิทธิภาพการทำงานที่คล่องตัวแล้ว Smart Monitor M9 ก็เป็นตัวเลือกที่สามารถเทียบชั้นกับซีรีส์ Odyssey ได้ โดยมีรีเฟรชเรตที่ 165 Hz และเวลาในการตอบสนอง 0.03 ms

ดังนั้น สมาร์ตมอนิเตอร์จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพลิดเพลินกับการเล่นเกมที่สมจริงและประสิทธิภาพการทำงานอันราบรื่นในหน้าจอเดียว


สมาร์ตมอนิเตอร์เหมาะสำหรับงานออกแบบหรือไม่

สมาร์ตมอนิเตอร์เหมาะสำหรับงานออกแบบเนื่องจากมักมีความละเอียด 2K (1440p) หรือ 4K ซึ่งให้ภาพความละเอียดสูงที่เหมาะสำหรับงานกราฟิกดีไซน์ การตัดต่อภาพถ่าย และโปรเจกต์วิดีโอ มอนิเตอร์หลายรุ่นของ Samsung Smart Monitors ยังรองรับ HDR (High Dynamic Range) ซึ่งช่วยเพิ่มคอนทราสต์และความสว่างเพื่อการไล่ระดับสีที่แม่นยำยิ่งขึ้น


ด้วยตัวเลือก HDMI, USB-C และ DisplayPort สมาร์ตมอนิเตอร์จึงเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงอย่างเมาส์ปากกาได้อย่างง่ายดาย พร้อมช่วยให้การถ่ายโอนวิดีโอและข้อมูลเป็นไปอย่างราบรื่นได้ ในบางรุ่นของ Samsung Smart Monitor นั้นยังมีฟีเจอร์เพื่อสรีรศาสตร์อย่างการปรับเอียง การหมุน และการปรับความสูง ซึ่งช่วยให้คุณรู้สึกสบายได้ตลอดการใช้งานที่ยาวนาน อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการความแม่นยำของสีขั้นสูงหรือการปรับเทียบฮาร์ดแวร์นอกเหนือจากฟีเจอร์อัจฉริยะต่าง ๆ แล้ว Samsung ViewFinity S9 อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

กล่าวโดยสรุปก็คือ สมาร์ตมอนิเตอร์เข้ากันได้กับงานออกแบบ ด้วยการผสมผสานความละเอียดที่คมชัด ภาพที่สดใส และการเชื่อมต่อที่หลากหลายเพื่อรองรับงานออกแบบระดับมืออาชีพ

คำถามที่พบบ่อย

  • สมาร์ตมอนิเตอร์ต้องใช้ CPU แยกต่างหากหรือไม่

    ไม่ สมาร์ตมอนิเตอร์ไม่จำเป็นต้องใช้ CPU แยกต่างหาก สมาร์ตมอนิเตอร์ต่างจากมอนิเตอร์ทั่วไปตรงที่สมาร์ตมอนิเตอร์นั้นมาพร้อมกับความสามารถในการประมวลผลในตัว ที่ช่วยให้สามารถทำงานแบบไร้สายได้อย่างอิสระโดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับ PC

    Samsung Smart Monitor ขับเคลื่อนโดย Tizen OS ซึ่งมีฟีเจอร์การเชื่อมต่ออย่าง Wi-Fi และ Bluetooth ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยให้คุณสามารถสตรีมคอนเทนต์ ท่องเว็บ และใช้เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพด้านการทำงานในคลาวด์ได้โดยตรงในมอนิเตอร์ คุณยังสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อสร้างชุดฮาร์ดแวร์แบบครบวงจรได้ด้วย
  • ใช่ คุณสามารถเล่นเกมในสมาร์ตมอนิเตอร์ได้ สมาร์ตมอนิเตอร์ส่วนใหญ่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก เช่น เกมคอนโซล แล็ปท็อป หรือ PC ผ่านพอร์ต HDMI หรือ USB-C ซึ่งช่วยให้คุณเล่นเกมได้ด้วยชุดฮาร์ดแวร์เล่นเกมที่ดียิ่งขึ้น

    แม้ว่าสมาร์ตมอนิเตอร์จะเหมาะสำหรับการเล่นเกมทั่วไป การเล่นเกมในคลาวด์ และความบันเทิงทั่วไปก็ตาม แต่มอนิเตอร์รุ่นต่าง ๆ เช่น Samsung Smart Monitor M9 ก็ออกแบบมาเพื่อให้เป็นเลิศในเกมการแข่งขันที่รวดเร็วเมื่อใช้งานคู่กับ PC หรือคอนโซล M9 นำเสนอฟีเจอร์อันล้ำหน้าต่าง ๆ อย่างรีเฟรชเรต 165 Hz เวลาในการตอบสนอง 0.03 ms (GtG) และการรองรับกับ G-Sync ซึ่งช่วยลดการกระตุก อาการแล็ก และภาพฉีกขาด พร้อมมอบการเล่นเกมที่น่าตื่นเต้นด้วยความเร็วและความลื่นไหลสูงสุด
  • ใช่ สมาร์ตมอนิเตอร์ส่วนใหญ่มีลำโพงในตัว ช่วยให้คุณได้เพลิดเพลินกับภาพยนตร์และรายการโปรด และเลื่อนดูวิดีโอได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสียงภายนอก โดยชุดฮาร์ดแวร์รูปแบบนี้จะให้สภาพแวดล้อมที่สะอาดตาและสะดวกสบายยิ่งขึ้นสำหรับการดูคอนเทนต์

    หากคุณต้องการยกระดับประสบการณ์เสียงของคุณ คุณสามารถเชื่อมต่อลำโพงภายนอกเข้ากับสมาร์ตมอนิเตอร์ของคุณผ่าน Bluetooth หรืออุปกรณ์เครื่องเสียงแบบมีสายก็ได้

    Samsung Smart Monitor มาพร้อมกับลำโพงในตัวและรองรับการเสริมคุณภาพเสียงผ่าน Bluetooth และตัวเลือกการเชื่อมต่ออื่น ๆ เพื่อเพิ่มความลุ่มลึกให้กับการดื่มด่ำไปกับคอนเทนต์ของคุณ
  • ใช่ ด้วยการเชื่อมต่อ Wi-Fi คุณจะสามารถใช้สมาร์ตมอนิเตอร์ของคุณเพื่อท่องเว็บไซต์ ตรวจดูอีเมล และสตรีมคอนเทนต์ออนไลน์ได้โดยตรงในหน้าจอ
    ยิ่งไปกว่านั้น Samsung Smart Monitor ยังรองรับการท่องเว็บขั้นพื้นฐานด้วยระบบปฏิบัติการ Tizen OS โดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เพิ่มเติม
    อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังมองหาสมรรถนะระดับเดสก์ท็อปสำหรับงานขั้นสูงแล้ว การเชื่อมต่อสมาร์ตมอนิเตอร์ของคุณเข้ากับ PC หรือแล็ปท็อปก็จะให้ประสบการณ์การท่องเว็บที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
  • คุณสามารถเปิดสมาร์ตมอนิเตอร์ของคุณได้โดยใช้ปุ่มเปิด/ปิดเครื่องบนตัวอุปกรณ์หรือด้วยรีโมทควบคุม โดยจะมีรีโมทควบคุมแถมมาให้ด้วยเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหมือนกับทีวี อย่างไรก็ตาม โปรดตรวจดูคู่มือผู้ใช้เพื่อดูคำแนะนำเฉพาะรุ่น เนื่องจากวิธีการใช้งานอาจแตกต่างกันไป โดยขึ้นอยู่กับผู้ผลิต รุ่น หรือภูมิภาค

    Samsung Smart Monitor ยังมีรีโมทควบคุมแถมมาให้ด้วยและมีตัวเลือกการเปิด/ปิดเครื่องที่สะดวกสบาย เช่น แอป SmartThings5 รวมไปถึงฟีเจอร์การเปิดเครื่องอัตโนมัติ ซึ่งจะเปิดมอนิเตอร์ให้เมื่ออุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่เริ่มทำงาน

    หากมอนิเตอร์ของคุณอยู่ในโหมดสลีป ให้กดปุ่มใดก็ได้บนรีโมทหรือสลับแหล่งสัญญาณอินพุตเพื่อกลับมาใช้งานต่อ
  • แม้ว่าสมาร์ตมอนิเตอร์จะต้องใช้สายไฟ แต่ก็ได้รับการออกแบบมาให้ทำงานได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับ PC ด้วยสาย โดยมอนิเตอร์ส่วนใหญ่รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ซึ่งรวมไปถึง Wi-Fi สำหรับการเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ต และ Bluetooth เพื่อเอาไว้จับคู่กับอุปกรณ์ต่อพ่วงไร้สาย เช่น แป้นพิมพ์ เมาส์ หรืออุปกรณ์มือถือ ตัวเลือกการเชื่อมต่อแบบไร้สายเหล่านี้ช่วยให้คุณสามารถสตรีมคอนเทนต์ ท่องเว็บ หรือควบคุมอุปกรณ์หลายเครื่องได้ ทำให้ชุดฮาร์ดแวร์บนโต๊ะทำงานของคุณดูเป็นระเบียบและสะดวกสบาย

    Samsung Smart Monitors มีฟังก์ชันไร้สายที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยรองรับกับ AirPlay4, Smart View และแพลตฟอร์มไร้สายอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์มือถือ แท็บเล็ต และแม้แต่แล็ปท็อปบางรุ่นได้อย่างราบรื่น เพื่อสร้างประสบการณ์การรับชมแบบไร้สายอันครบวงจร อย่างไรก็ตาม ความสามารถด้านการเชื่อมต่อแบบไร้สายอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นและภูมิภาค ดังนั้นโปรดตรวจสอบข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์โดยละเอียดเสมอ
  • สมาร์ตมอนิเตอร์ส่วนใหญ่รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi ในตัว ซึ่งช่วยให้คุณสามารถสตรีมคอนเทนต์ ท่องเว็บ และใช้เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับ PC แยกต่างหาก

    ในบางกรณีที่สัญญาณไร้สายอ่อนหรือไม่เสถียร มอนิเตอร์บางรุ่นยังรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบใช้สายผ่านอะแดปเตอร์ USB-to-LAN ซึ่งมีจำหน่ายแยกต่างหากด้วย

    Samsung Smart Monitor รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั้งแบบไร้สายและแบบใช้สาย เมื่อเชื่อมต่อแล้ว คุณจะสามารถเข้าถึงฟีเจอร์อัจฉริยะต่าง ๆ ได้ ซึ่งรวมไปถึงการท่องเว็บ การสตรีมวิดีโอ และฟังก์ชันการทำงานของ PC จากระยะไกลได้โดยตรงผ่านมอนิเตอร์

    ต่อไปนี้คือวิธีเชื่อมต่อสมาร์ตมอนิเตอร์ของคุณกับ Wi-Fi:

    1. เปิดเมนูการตั้งค่าโดยใช้รีโมทควบคุมหรือปุ่มบนอุปกรณ์
    2. ไปที่การตั้งค่าเครือข่ายหรือ Wi-Fi
    3. เปิดใช้งาน Wi-Fi, เลือกเครือข่ายไร้สายของคุณ และป้อนรหัสผ่าน
  • สมาร์ตมอนิเตอร์สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกได้หลายวิธี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นและฟีเจอร์ที่มีให้ใช้งาน

    1. การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์แบบใช้สาย
    - ค้นหาพอร์ตอินพุตที่เหมาะสมบนมอนิเตอร์ของคุณ เช่น พอร์ต HDMI, DisplayPort หรือ USB-C ซึ่งจะมีอยู่ในรุ่นที่รองรับ
    - ใช้สายเคเบิลที่เข้ากันได้เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับแล็ปท็อป PC หรือเกมคอนโซลของคุณ
    - ตรวจสอบรายการอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อซึ่งจะปรากฏในหน้าจอหลักของมอนิเตอร์ และเลือกอุปกรณ์ที่คุณต้องการเชื่อมต่อ

    2. การเชื่อมต่อแบบไร้สาย
    - หากต้องการใช้การคัดลอกการแสดงผลหน้าจอ3 โดยไม่ต้องใช้สายแล้ว ให้เชื่อมต่อมอนิเตอร์ของคุณเข้ากับ Wi-Fi เดียวกันกับอุปกรณ์มือถือของคุณ
    - ในอุปกรณ์มือถือของคุณ ให้เปิดตัวเลือกการคัดลอกหน้าจอ3 หรือการแคสต์ เช่น AirPlay4, Smart View
    - เลือกมอนิเตอร์ของคุณเพื่อเริ่มแชร์หน้าจอมือถือของคุณ
  • 1. ภาพหน้าจอเป็นการจำลองเพื่อจุดประสงค์ในการนำเสนอเท่านั้น
  • 2. Microsoft 365 จำเป็นต้องใช้บัญชี Microsoft ฟีเจอร์บางอย่างของ Microsoft 365 จำเป็นต้องทำการสมัครสมาชิก ฟีเจอร์นี้จำเป็นต้องใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro, Mac OS 10.5 หรือรุ่นใหม่กว่า และการตั้งค่าเครือข่ายที่เหมาะสม
  • 3. หากต้องการใช้ฟีเจอร์การคัดลอกหน้าจอแล้ว จำเป็นต้องมีอุปกรณ์มือถือที่รองรับการคัดลอกหน้าจอหรือ Smart View สำหรับอุปกรณ์ iOS แล้ว ให้ใช้ AirPlay ฟีเจอร์นี้มีให้ใช้งานในสมาร์ตมอนิเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Tizen OS และจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ Samsung Account ในมอนิเตอร์ (ยกเว้นในกรณีที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับเครือข่าย) ฟีเจอร์นี้อาจไม่มีให้ใช้งานในแอปหรือบริการของบุคคลที่สามบางแอป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแอปหรือบริการนั้น ๆ
  • 4. หากต้องการใช้ AirPlay จำเป็นต้องใช้ iOS 12.3 หรือรุ่นใหม่กว่า หรือ macOS 10.14.5 หรือรุ่นใหม่กว่า หากต้องการเปิดใช้งาน AirPlay ใน Samsung Smart Monitor ให้ไปที่เมนู > การตั้งค่า > การตั้งค่าทั้งหมด > การเชื่อมต่อ > การตั้งค่า Apple AirPlay และเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ ทั้งมอนิเตอร์และอุปกรณ์ Apple ต้องเชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi เดียวกัน ฟีเจอร์นี้มีให้ใช้งานเฉพาะในอุปกรณ์ที่เข้ากันได้เท่านั้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ https://support.apple.com/102661 Apple, AirPlay และ Apple TV เป็นเครื่องหมายการค้าของ Apple Inc. ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ AirPlay เป็นบริการของบุคคลที่สามซึ่งผู้ให้บริการอาจยุติการให้บริการเมื่อใดก็ได้ ต้องสมัครใช้บริการ Apple TV+
  • 5. เทคโนโลยี ฟังก์ชัน และฟีเจอร์ต่าง ๆ นั้นแตกต่างกันไปตามประเทศ ผู้ให้บริการ สภาพแวดล้อมของเครือข่าย หรือผลิตภัณฑ์ และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ จำเป็นต้องใช้การเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth หรือเครือข่ายไร้สายอื่น และอุปกรณ์ที่ลงทะเบียนไว้แล้วกับแอป SmartThings อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อมีจำหน่ายแยกต่างหาก โปรดไปที่ https://www.smartthings.com/products เพื่อดูรายการอุปกรณ์ทั้งหมดที่รองรับ
  • 6. รีเฟรชเรตและเวลาในการตอบสนองอาจแตกต่างกันไปตามสมรรถนะของแหล่งสัญญาณอินพุต
  • 7. อิงตามการวัด GtG ที่ดำเนินการด้วยเงื่อนไขการทดสอบภายใน ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามคอนเทนต์และการตั้งค่าของมอนิเตอร์ GtG (Gray to Gray) เป็นการวัดเวลาที่พิกเซลของมอนิเตอร์เปลี่ยนจากสีเทาค่าหนึ่งไปเป็นสีเทาอีกค่าหนึ่ง