พับหรือกางหน้าจอออกดีล่ะ? กับกล้องบน Galaxy Fold

วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 2020-10-26

 

 

เพราะความพิเศษของหน้าจอ Galaxy Fold ที่เพิ่มเข้ามา ไม่ได้แปลว่ามันจะลดทอนความพิเศษด้านอื่นของอุปกรณ์รุ่นนี้ลงไปด้วย โดยเฉพาะเรื่องกล้อง ที่ยังคงความพิเศษสุดตามแบบฉบับสมาร์ทโฟน Galaxy ทั้งถ่ายเซลฟี่ ถ่ายรูปทิวทัศน์ หรือรูปอื่นๆ ก็ไม่มีปัญหา ที่สำคัญ ไม่ว่าคุณจะพับหรือกางหน้าจอออกก็ถ่ายรูปได้ทั้งนั้น

ตำแหน่งที่วางกล้อง

 

ตามแบบฉบับของสมาร์ทโฟน Galaxy ทั่วไปที่มีทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง พิเศษยิ่งกว่า เพราะ Galaxy Fold มีถึง 6 กล้อง 3 กล้องแรกติดตั้งอยู่ด้านหลัง 2 กล้องต่อมาอยู่หน้าจอด้านใน และ 1 กล้องสุดท้ายอยู่จอหน้าสุด ด้วยที่ตั้งกล้องทั้งสามจุด ไม่ว่าจะพับหรือกางหน้าจอออก ก็ถ่ายรูปได้ไม่ต้องรอ

 

ตามแบบฉบับของสมาร์ทโฟน Galaxy ทั่วไปที่มีทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังพิเศษยิ่งกว่า เพราะ Galaxy Fold มีถึง 6 กล้อง 3 กล้องแรกติดตั้งอยู่ด้านหลัง 2 กล้องต่อมาอยู่หน้าจอด้านใน และ 1 กล้องสุดท้ายอยู่จอหน้าสุด ด้วยที่ตั้งกล้องทั้งสามจุด ไม่ว่าจะพับหรือกางหน้าจอออก ก็ถ่ายรูปได้ไม่ต้องรอ

 

เลนส์กล้องที่มุมขวาของจอหน้า ทำให้คุณสามารถถ่ายรูปได้แม้คุณพับหน้าจอโทรศัพท์ กล้องตัวนี้เหมาะสำหรับการถ่ายรูปเซลฟี่หรือถ่ายโมเมนต์ปัจจุบันทันด่วน

 

และเมื่อเปิดกางหน้าจอออก คุณก็ยังสามารถเซลฟี่ได้ด้วยกล้องที่อยู่มุมขวาบนของหน้าจอหลัก วิวไฟน์เดอร์ขนาดใหญ่จะช่วยให้การถ่ายเซลฟี่แบบเป็นกลุ่มสะดวกยิ่งขึ้นในอีกกรณีคือกล้องหลังทั้งสามตัวที่ติดตั้งอยู่ด้านหลังของสมาร์ทโฟน คุณสามารถใช้กล้องนี้ได้เมื่อคุณปิดหน้าจอหลัก

 

เมื่อสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เปิดบานพับกางหน้าจอออก กล้อง 3 ตัว ตำแหน่งที่ตั้งจะแตกต่างกันเล็กน้อยตามรูปร่างของสมาร์ทโฟน แต่จะยิ่งสะดวกใช้งานยิ่งขึ้นเมื่อเปิดจอหลัก ด้วยช่องวิวไฟน์เดอร์ที่ใหญ่กว่า เหมาะสำหรับการถ่ายภาพพาโนรามาหรือเก็บภาพใหญ่ๆ

แต่ละโหมดที่แตกต่างของกล้อง

 

 

Galaxy Fold มอบให้ทุกอย่างที่คุณต้องการ กล้องคุณภาพเยี่ยมก็เป็นหนึ่งในนั้น กล้องทุกตัวมาพร้อมคุณสมบัติและลักษณะเช่นเดียวกับกล้องใน S10 รวมถึงฟีเจอร์ยอดนิยมอย่างเช่น Live Focus ก็ได้รับการบรรจุไว้เช่นกัน แต่หากคุณยังรู้สึกว่าไม่คุ้นเคยกับการใช้งาน เราก็มีลิสต์ฟีเจอร์ที่สามารถใช้กับทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังมาให้

 

  • ภาพและวิดีโอ: สองโหมดพื้นฐานเพื่อการถ่ายภาพและวิดีโอบนสมาร์ทโฟนของคุณ

 

  • Pro: ใช้โหมด Pro เพื่อยกระดับการปรับแต่งค่าของภาพถ่าย เช่น shutter speed, exposure levels, filters และ white balance

 

  • Artistic Live Focus: เบลอพื้นหลังเพื่อสร้างความโดดเด่นให้ภาพถ่าย

 

  • Food: สร้าง Radial Blur ในภาพอาหาร เพื่อทำให้ภาพส่องประกายความอร่อยยิ่งขึ้น

 

  • Super Slow-mo and Slow Motion: โหมด Super Slow-mo ถ่ายวิดีโอแบบสโลว์โมชั่นพร้อมใส่เอฟเฟกต์สุดเจ๋ง ในขณะที่โหมด Slow Motion จะสามารถบันทึกได้แต่วิดีโอ Slow Motion แบบดั้งเดิมเท่านั้น

 

  • Hyperlapse: โหมดนี้จะหมุนโลกของคุณให้เร็วขึ้น เพิ่มจำนวนเฟรมแบบวินาทีต่อวินาที มอบวิดีโอที่มีเอฟเฟ็กต์สวยเป็นเอกลักษณ์ให้กับคุณ
ฟีเจอร์กล้องอื่นๆ

 

ช้าก่อน ยังไม่หมดแค่ที่ข้างบนพูดถึง เพราะถ้าพูดถึงฟีเจอร์กล้องของ S10 ก็ย่อมมีมากกว่านี้ และถ้า S10 มีมากขนาดไหน Fold ก็มีครบเช่นกัน จะเป็นโหมด Ultra Wide โหมด Zoom ฟีเจอร์สนุกๆ อย่าง AR Emoji, Bixby Vision หรือ Scene Optimizer ก็มีพร้อม

 

การเข้าถึงฟีเจอร์เหล่านี้ สามารถเข้าผ่านได้ทางแอปพลิเคชั่นกล้องถ่ายรูป จากนั้นเพียงแค่เลือกไอคอนที่ใช่ ก็เข้าถึงฟีเจอร์ที่ชอบได้แล้ว

 

และนี่ก็คือข้อแตกต่างของแต่ละฟีเจอร์ที่เรารวบรวมมาให้

 

  • AR Emoji : สร้างอิโมจิที่มีรูปลักษณ์ถอดแบบจากตัวคุณและแชร์ความสนุกนี้ต่อให้เพื่อนๆ Bixby Vision: Bixby ที่ติดตั้งมาในกล้อง มีคุณสมบัติช่วยในการระบุชนิดสิ่งของจากรูปถ่าย นอกจากนี้ยังสามารถตรวจจับเพื่อการแปลภาษา ค้นหารูปที่ใกล้เคียง และเซิร์ซหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับรูปนั้น

 

  • Ultra Wide: เปิดกล้อง และเลือกโหมด Ultra Wide (ไอคอนรูปต้นไม้ 3 ต้น) กล้องจะซูมออกเพื่อมอบมุมมองภาพถ่ายที่กว้างยิ่งกว่าให้กับคุณ

 

  • Wide: เปิดกล้อง และเลือกโหมด Wide (ไอคอนรูปต้นไม้ 2 ต้น) เพื่อถ่ายรูปในเฟรมกว้างแบบปกติ

 

  • Zoom: เปิดกล้อง และเลือกโหมด Zoom (ไอคอนรูปต้นไม้ 1 ต้น) กล้องจะซูมเข้าชิดวัตถุเพื่อเก็บรายละเอียดในภาพให้ชัดมากยิ่งขึ้น

หมายเหตุ: ขณะใช้หน้าจอหลัก คุณจะไม่สามารถใช้การซูมในโหมด Selfie ได้

 

  • Scene Optimizer: ฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มแสงให้รูปถ่ายยิ่งโดดเด่นด้วยการประเมินวัตถุในแต่ละรูป

 

  • HDR10+:  โหมด HDR บน Galaxy Fold ที่ได้รับการยกระดับประสิทธิภาพ จะช่วยเสริมให้รูปถ่ายแต่ละรูปยิ่งสวยสมจริงมีชีวิตชีวา

 

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ